Mr.Jack O’Lantern

พฤศจิกายน 1, 2009 โดย mangomoment

trickortreat

I made a jack-o-lantern for halloween night.
He has three crooked teeth, but he won’t bite
He has two round eyes, but he can not see
He’s a jolly jack-o-lantern as happy as can be.
- Cheryl’s Sweethearts ChildCare

 

เป็นฟักทองดีดีไม่ชอบ
ต้องมาถูกเจาะตากรีดปาก กลายเป็น Mr.Jack O’Lantern ซะงั้น
แต่จากคำให้การ Mr.Jack O’Lantern กล่าวว่า เขายินดีส่องแสงวอมแวมผ่านตาผ่านปาก
ดีกว่าโดนบดจนเละอยู่ในพายฟักทองเป็นไหนไหน

เรายื่นข้อเสนอใหม่ออกไป
สนใจมาเป็นสังขยาฟักทองดูมั้ย 
ผิวไม่โบ๋ ตัวไม่เละ แค่กรีดหัวนิดนิดเจ็บหน่อยหน่อยเป็นไง
ดูท่า Mr.Jack O’Lantern จะสนใจ
ทำหน้าระรื่น เดินตามมาเป็นพรวนเลยเชียว

เม่นเม่น

ตุลาคม 26, 2009 โดย mangomoment

porcupine

The porcupine
Can climb up pine.
On bark and leaves.
It loves to dine.
The porcupine
has porcupins
That sprout out from
Its porkuskin,
And if you touch one,
You’ll complain;
The porcupine’s
A porcuPAIN.

- Douglas Florian’s poem

 

เม่นเม่นใช้ชีวิตในป่าใหญ่ลำพังจนเคยชิน
กินข้าวตัวเดียว
ปีนต้นไม้ตัวเดียว
นอนตัวเดียว
ไปไหนมาไหนตัวเดียว

จนวันนึงที่เม่นเม่นพบใครอีกคนในป่า
เขาชวนเม่นเม่นคุย
เขาเล่าเรื่องราวในชีวิตอันยาวนานของเขาให้เม่นเม่นฟัง
เขาไม่ใช่นักเล่านิทาน แต่เขามีเรื่องเล่ามากมาย
เรื่องราวต่าง ๆ จากปากเขา ทำให้เม่นเม่นเพลิดเพลิน

ทีละเล็กทีละน้อย,
เม่นเม่นเริ่มเสพติดการสนทนากับเขา
ทุกเย็น เม่นเม่นเดินออกจากโพรง เพื่อไปพูดคุยกับเขา
บางครั้งที่เม่นเม่นเสียใจ ก็มีเขาคอยปลอบโยน
บางครั้งที่เม่นเม่นรับมือกับเรื่องยากยากไม่ถูก ก็มีเขาคอยให้คำปรึกษา

จนวันนึงที่เขามอบแอปเปิ้ลให้เม่นเม่นหนึ่งผล
ถึงเม่นเม่นจะกินลูกสน ลูกโอ็ค ใบไม้ใบหญ้าจนชิน
แต่เม่นเม่นจำได้ดีว่ารสชาติหวานกรอบของแอปเปิ้ลเป็นยังไง
เม่นเม่นได้แต่ถือแอปเปิ้ลผลนั้นไว้ ไม่กล้ากัดกิน
เพราะเม่นเม่นกลัวว่า หากมีคำแรก ก็จะมีคำที่สอง สาม สี่ ตามมา
เมื่อถึงวันที่แอปเปิ้ลในมือว่างเปล่า
เม่นเม่นคงไม่รู้จะไปหาผลไม้ชนิดนี้ได้ที่ไหนอีก
เพราะในป่าของเม่นเม่นไม่มี

จนวันนึงที่เขาเอ่ยปากชวนเม่นเม่นออกไปเดินเล่นที่อื่น
ที่ที่ไม่ใช่ป่าเดิมที่เม่นเม่นคุ้นชิน
ที่ที่เม่นเม่นก็ไม่รู้ว่าจะมีต้นสนให้เม่นเม่นปีนเล่นอีกรึเปล่า
เม่นเม่นจึงปฏิเสธ
เขาเสียใจ, เม่นเม่นรู้

แต่เม่นเม่นไม่กล้าจริงจริง
ไม่กล้ากินแอปเปิ้ลผลนั้น
ไม่กล้าเดินออกจากป่า
ไม่กล้า ไม่กล้า ไม่กล้า จึงได้แต่ปฏิเสธ
เม่นเม่นกลัวว่าขนแหลมเล็กของเธอจะทิ่มแทงให้เขาเจ็บปวด
เม่นเม่นจึงพยายามเก็บตัวเงียบเงียบอยู่ในโพรงที่เคยคุ้น

เม่นเม่นไม่กล้า ไม่กล้าจริงจริง
เม่นเม่นกลัวความเสียใจ
และหวาดกลัวการมีความสุข.

ความลับของพระจันทร์

ตุลาคม 17, 2009 โดย mangomoment

เคยสงสัยกันมั้ย.. ว่าทำไมพระจันทร์ถึงมีสีเหลืองนวล
หรือเคยอยากรู้รึเปล่า.. ว่าทำไมในทุกคืนข้างขึ้นเราจึงได้เห็นแสงเย็นตาจากพระจันทร์
เขยิบเข้ามาใกล้ ๆ สิ
เรามีความลับของพระจันทร์มาบอก

moon

 

เหมือนที่เธอรู้อยู่แล้วนั่นล่ะว่ามีกระต่ายอยู่บนดวงจันทร์
แต่เชื่อเลยว่า เธอคงไม่รู้แน่ ๆ ว่าบนดวงจันทร์มีกระต่ายอยู่รวมกันมากกว่าที่เธอเคยนึกถึง
เหมือนที่บนโลกของเรามีประชากรอยู่มากมายจนนับไม่ถ้วนไงล่ะ
แถมบรรดากระต่ายบนดวงจันทร์ก็ยังมีความสนใจที่หลากหลายไม่แพ้มนุษย์โลกแบบเราเลยนะ

rabbit1 

อย่างกระต่ายตัวน้อยอารมณ์ดี
พวกเขาชื่นชอบการกระโดดโลดเต้นและร้องรำทำเพลง
พวกเขามีอิสระที่จะทำอะไรต่อมิอะไรที่เหมาะสมได้ตามความชอบของตัวเอง
เพราะกระต่ายที่โตกว่าให้ความเคารพในการตัดสินใจของพวกเขา
และเมื่อพวกเขามีความสุขที่ได้ใช้ชีวิตตามแบบที่ต้องการ
เสียงเพลงแห่งความรื่นรมย์ของประชากรกระต่ายตัวเล็กตัวน้อย
จึงไม่เคยจางหายไปจากโลกของพระจันทร์

 

rabbit2 

บนดวงจันทร์แห่งนี้ยังมีกระต่ายเกษตรกร ซึ่งถือเป็นอาชีพที่ได้รับการให้เกียรติเป็นอย่างมาก
แน่นอนที่สุด, เพราะพวกเขาปลูก ‘แครอท’ ซึ่งเป็นผลิตผลสำคัญที่จำเป็นต่อทุกครัวเรือน
เราแอบกระซิบบอกเธอก็ได้ว่า แครอทบนพระจันทร์น่ะรสชาติแสนจะหวานกรอบ
เพราะเหล่ากระต่ายต่างปลูกมันด้วยความรัก ความเอาใจใส่
แถมยังอุดมไปด้วยวิตามินเออีกด้วยนะ

 

rabbit3

สิ่งที่เธอรู้มาไม่ผิดพลาดหรอก
บนดวงจันทร์มีกระต่ายตำข้าวอยู่จริง 
แต่บางทีคุณกระต่ายก็ลองเปลี่ยนไปตำแป้งบ้าง ตำโมจิบ้าง
เพื่อที่จะแปรรูปไปเป็นอาหารอย่างอื่น
เพราะบรรดากระต่ายต่างเชื่อกันว่า
การทดลองทำสิ่งใหม่ไม่ใช่เรื่องร้ายแรงอะไร
ถ้าไม่เกิดผลอะไรขึ้นมา ก็ไม่ใช่เรื่องเสียหาย เพราะอย่างน้อยเราก็ได้ลอง
แต่ถ้ายิ่งได้ผลลัพธ์ที่ดีกลับมา ก็เป็นเราไม่ใช่หรือที่ได้ประโยชน์จากการทดลองนั้น

 

rabbit7
กระต่ายบางตัวชอบเป็นแม่บ้าน
ตื่นเช้ามาก็สวมผ้ากันเปื้อน ทำกับข้าวกับปลาให้เหล่ากระต่ายน้อยอิ่มท้องก่อนไปโรงเรียน
ยามว่างหลังภารกิจงานครัว พวกเธออาจไปเดินชมสวน ปลูกดอกไม้โน่น รดน้ำดอกไม้นี่
ไม่ว่าจะหน้าบ้านหรือหลังบ้านแทบทุกบ้าน
มักมีแปลงดอกไม้สีสดใสไว้ทักทายกระต่ายตัวที่เดินผ่านไปเสมอ
กระต่ายแม่บ้านภูมิใจเหลือเกินที่ได้สร้างสีสันให้อยู่คู่บ้าน และอาจรวมถึงอยู่คู่พระจันทร์ดวงโตใบนี้ด้วย

 

rabbit6
กระต่ายบางตัวชอบศึกษา ในขณะที่กระต่ายบางตัวชอบสั่งสอน
พวกเขาไม่ได้หวังเป็นปราชญ์ แต่พร้อมเสมอที่จะเรียนรู้
ในขณะที่กระต่ายผู้เฒ่าก็พร้อมที่จะถ่ายทอดวิชาการต่าง ๆ แบบไม่มีหมกเม็ดแม้แต่กั๊กเดียว

 

 rabbit4

กระต่ายบางตัวก็มีไลฟ์สไตล์แบบชิลล์ ๆ
พวกเขานิยมการนั่งจุ้มปุ๊กจิบชาแกล้มขนมไหว้พระจันทร์
ระหว่างนั้นก็ชื่นชมสุนทรียะในสายลม แสงเดือน แสงดาวไปด้วย
บางครั้งนึกครึ้มอกครึ้มใจ พวกเขาก็แปรรูปอารมณ์เคลิบเคลิ้มเหล่านั้นออกมาเป็นบทกวี
ฉันยังไม่เจอโอกาสดีพอจะได้ฟังบทกวีจากพวกเขา
หรือเธอลองตื๊อขอดูบ้างสิ เผื่อกระต่ายกวีจะแย้ม ๆ ให้ฟังบ้าง

 

 

rabbit5
แต่บางครั้งก็มีกระต่ายจอมเกเรชอบเข้ามาทำลายภวังค์ของกระต่ายกวี
พวกเขาชอบแกล้งกระต่ายกวี โดยการจิ๊กกินแต่ไส้ไข่เค็มในขนมไหว้พระจันทร์
แน่นอนว่า กระต่ายกวีผู้แสนอ่อนไหวย่อมร้องไห้โฮ
ไม่ว่าจะที่ไหน ๆ ก็ย่อมมีคนแบบนี้ทั้งนั้น
แต่ไม่มีทางเลยที่เธอจะเข้าไปปลอบกระต่ายกวีทุกครั้งที่เขาโดนแกล้ง
เหมือนที่เราไม่อาจห้ามเด็ก ๆ ไม่ให้หกล้มได้
บางทีเราก็ต้องเจอเรื่องหนัก ๆ บ้าง
เพื่อที่จะเรียนรู้ว่า ความอ่อนไหวต้องเปลี่ยนแปรมาเป็นความเข้มแข็งในบางครั้ง

 

rabbit8
กระต่ายบางตัวก็ชอบเมาแอ๋
อาจเพราะพวกเขาเสพติดความรื่นเริงบันเทิงมากไปหน่อย
หรือไม่ก็ดื่มเพื่อจะให้ลืมอะไรซักอย่าง
พวกเขารู้ล่ะว่าสุราเมรัยไม่ดีต่อสุขภาพ
แต่รสชาติกึ่ม ๆ และบรรยากาศในการร่ำสุราก็เป็นอะไรที่เกินห้ามใจไหว
รบกวนเธอช่วยปรามพวกเขาหน่อยสิว่าให้เพลา ๆ ลงบ้าง
เพราะเราพูดจนปากเปียกแล้ว พวกเขาก็เอาแต่รับคำ อืม อืม เท่านั้นเอง

 

rabbitmoon

แต่ไม่ว่ากระต่ายทุกตัวบนพระจันทร์ จะอายุเท่าไหร่ เป็นใครมาจากไหน
ทำอาชีพอะไร หรือยากดีมีจนเท่าไหร่
ทุกคืนข้างขึ้นพวกเขาจะมาชุมนุมกัน พร้อมกับเริ่มจุดไฟบนพระจันทร์ทีละดวง ทีละดวง
บางกลุ่มก็ช่วยกันต่อบันไดขึ้นไปแขวนโคมไฟไว้สูง ๆ
บางกลุ่มก็ช่วยกันส่งต่อตะเกียงหรือเทียนไข ไปวางไว้ตามพื้นที่ต่าง ๆ บนดวงจันทร์
บางกลุ่มพิเรนทร์หน่อย ก็เล่น juggling วาดลูกไฟเป็นสาย
หรือบางกลุ่มคงเป็นแฟนการ์ตูนตัวยงของ Adachi Mitsuru 
เลยพยายามขว้างโคมไฟเสียงดังตูม ตูม เหมือนพิชเชอร์ขว้างลูกเบสบอล

 

เพราะแบบนี้ไงล่ะ ในทุกคืนข้างขึ้นเราถึงเห็นแสงเหลืองนวลจากพระจันทร์
ขึ้น 15 ค่ำ อาจเป็นวันที่พวกเขาทำงานหนักหน่อย
แต่หลังจากนั้นพวกเขาจะทยอยดับไฟทีละดวง ทีละดวง
จนถึงคืนข้างแรม 14 ค่ำที่พวกกระต่ายจะได้พักผ่อนเต็มที่
เพราะฉะนั้น ถ้าค่ำคืนไหนที่เธอแหงนหน้ามองพระจันทร์
อย่าลืมส่งยิ้มให้คุณกระต่ายที่ทำงานกันอย่างแข็งขันบนโน้นด้วยนะ
ไม่แน่ว่า เธออาจได้รอยยิ้มกว้าง ๆ ตอบกลับมาแบบนี้

moon2

 

 

 ขอคุยด้วยหน่อยสิ :
1.
เรื่องนี้ตั้งใจว่าจะทำให้เสร็จตั้งแต่ตอนเทศกาลไหว้พระจันทร์
แต่กว่าจะวาดรูปเสร็จ กว่า wording จะมา ก็ปาเข้ามาวันนี้แล้วล่ะ ^ ^”
หวังว่าทุกคนจะชอบนะ
ส่วนเราทำเสร็จแล้วอยากอ่านให้เด็กซักคนฟังจังเลย

2.
อยู่ในช่วงฝึกงานจ้ะ แต่ก็เป็นการฝึกที่เบามากเลย
ไม่รู้ว่าพี่ ๆ เค้าเกรงใจไม่กล้าให้งาน หรือกลัวเราทำเจ๊งก็ไม่รู้ :D
งานหลักของเราก็มีแค่ติดต่อโฆษณา ถอดเทปสัมภาษณ์ แล้วก็ cap ภาพจากหนังสั้นเอง 
อันหลังนี่ชอบสุด แค่เมื่อวานก็ได้ดูเกือบ 20 เรื่องแล้วแน่ะ ;]
แถมบางเรื่องก็ยังทำได้ดีมาก ๆ จนต้องขอกลับไปดูอีกรอบเลย

มีเรื่องอยากเล่าอีกเยอะเลย แต่ตอนนี้ไม่ไหวแล้ว > <
ขอทดไว้ต่อตอนหน้านะ