
คนบางคนเลือกจะโยนร่มทิ้งไป
แล้วหันมาแสร้งเบิกบานใจกับสายฝน
เพราะคนบางคนแอบหวังอยู่ในใจ
ว่าฝนจะช่วยบรรเทาความรู้สึกผิดติดค้างให้เบาลงได้
แต่ฝนก็ทำได้แค่เพียง
หยด
เปาะ
แปะ
ปราย
โปรย
และไม่ได้ทำให้เรื่องที่ติดหนึบในใจหายไปพร้อมกับฝน
ไม่ว่าคนคนนั้นจะพยายามทำตัวให้เปียกแค่ไหนก็ตาม
เย็นนี้ที่ฝนตกหนักเกินไป
ร่มสีเหลืองคันเล็กของเราไม่แข็งแรงพอจะต้านแรงกระหน่ำของฝน
และไม่ใช่แค่ร่ม,
แต่เจ้าของร่มก็ไม่แข็งแรง ไม่เหมาะ และไม่ดีพอกับอะไรซักอย่าง
อยู่ในอารมณ์ครึ่ง ๆ กลาง ๆ รู้สึกกับทุกอย่างทุกสิ่งได้ไม่เต็มที่
เหมือนร่มที่กันฝนได้
แต่ถ้าเจอฝนที่ตกแรงไป
สุดท้ายก็คงไม่พ้นเราที่จะต้องเปียก
กันยายน 28, 2009 ที่ 12:40 am
ถ้าเพียงแค่เราย้อนเวลากลับไปได้
ถ้าเราจะไม่ทำให้ใครเสียใจได้ก็คงดี
กันยายน 28, 2009 ที่ 2:04 am
คนบางคนดีใจเวลาที่ฝนตกเพราะจะได้ออกไปเล่นน้ำฝนให้ชุ่มฉ่ำ
และอีกหลายคนไม่ชอบเวลาที่ฝนตกเอาเสียเลย เพราะทำให้พวกเขาเศร้าเกินไป
ฝนเองยังไม่เข้าใจ ว่าทำไมหยดน้ำของตัวเองจึงทำให้สุขและเศร้าได้ในคราวเดียว
คนบางคนชอบเดินตากฝนเพราะไม่อยากให้ใครเห็นว่ากำลังร้องไห้
บางคนบอกว่าไม่จริงหรอก, ฝนกับน้ำตาแตกต่างกันตั้งเยอะ
คนที่กำลังร้องไห้ไม่อาจทำสายตาให้เหมือนคนเดินตากฝนได้
ฝนจึงทำได้แค่เพียง
หยด
เปาะ
แปะ
ปราย
โปรย
บางวันฝนก็ตกหนักเกินไป
หยด หยด หยด หยด หยด หยด
เปาะ เปาะ เปาะ เปาะ เปาะ เปาะ
แปะ แปะ แปะ แปะ แปะ แปะ
ปราย ปราย ปราย ปราย ปราย ปราย
โปรย โปรย โปรย โปรย โปรย โปรย
และบางวันฝนก็ไม่กล้าตกหนักมาก
หยด
เปาะ
แปะ
ปราย
โปรย
ความทุกข์ในใจใช้เวลาเยียวยาได้สถานเดียว
ต่อให้ฝนตกอีก 4 ปี 11 เดือน 2 วัน
หากหัวใจไม่สวามารถให้อภัยสมองได้ก็เปล่าประโยชน์
คนที่ลืมได้เร็วอาจเพราะผ่านเรื่องราวทำนองนี้มาเยอะจนกล้าเรียกมันว่าประสบการณ์
คนที่ลืมได้ช้าอาจเพราะมันยังใหม่ใหม่ แผลยังไม่ทันหายดีใยจะริแกะสะเก็ด
เพราะฉะนั้นจะเห็นได้ว่า ฟ้า ฝน ไม่เคยเป็นใจให้กับใคร
อยู่ที่หัวใจของเราว่ากล้าที่จะให้อภัยในความฝิดของตัวเองหรือไม่, เท่านั้นเอง.
กันยายน 28, 2009 ที่ 2:04 am
ปล. คุณชุดนอน ผมเปล่าล้อเลียนคุณ.
กันยายน 28, 2009 ที่ 8:22 am
ค่ำเมื่อวาน
พี่ก็เปียกเล็กน้อย
พยายามอยู่ใต้ร่มให้นานที่สุด
แต่ยังไง เราก็เปียก
บางเวลา ก็ต้องยอมทิ้งร่มไป
เพื่อความสะดวก
อย่างเช่น ตอนนั่งมอไซค์วินเข้าซอย
ยอมเปียกนิดนึง
เดี๋ยวก็ถึงแล้ว
เปียกฝนบ้างก็ดี
แต่โดนฝนที่ตกหนักๆ ระวังเป็นหวัดนะคะ ^^
กันยายน 28, 2009 ที่ 1:26 pm
อารมณ์ต่อเนื่องมาจากเอนทรี่ที่แล้วสินะครับ…
คราวก่อนออกแนวไร้สาระไปซะเยอะ คราวนี้ขอแบบซาดิดส์ๆ หน่อยก็แล้วกันนะ >_<
เรื่องของความรู้สึกผิดน่ะ ถ้าจะให้ใครที่กำลังรู้สึกอยู่ไปวิ่งทำตัวร่าเริงกลางสายฝนมันก็แลดูจะเป็นการเสแสร้งกันมากไปจริงๆ และต่อให้จะกางร่มป้องกันยังไง เราก็ไม่สามารถป้องกันเหตุการณ์ที่เกิดไปแล้วได้หรอก
มันเหมือนฝนตกไปแล้ว(มันเกิดขึ้นแล้ว) เราเปียกไปแล้ว(เราทำไปแล้ว) ดังนั้นพอมาถึงตอนนี้ สิ่งเดียวที่เราพอจะชดเชยให้กับผู้คนรอบข้างได้ก็คือ การยอมรับความรู้สึกผิดนั้นไว้ และกอดมันเอาไว้ให้แน่นๆ… จะเหมือนว่าทำร้ายตัวเองก็ใช่ แต่การจมอยู่กับความรู้สึกผิดให้มากๆ มันจะช่วยให้เราจำได้แม่น จำไปนาน และเข็ดไปยาว ว่าสิ่งที่เราทำไปมันดีหรือไม่ดีมากน้อยแค่ไหน
เด็กดื้อที่เล่นซน…ต่อให้สำนึกตัวแล้วก็ใช่ว่าจะไม่โดนทำโทษนะครับ
ตอนนี้ถือเป็นช่วงเวลาแห่งการรับโทษนั้น ซึ่งเราโตแล้วไม่มีใครมาคอยตีก้นเราแล้ว ดังนั้นเพื่อที่จะให้แน่ใจว่าเราได้รับบทเรียนและจะไม่ลืมตัวไปทำผิดพลาดอีก ตัวเราเองนี่แหละที่จะต้องทำหน้าที่ลงโทษตัวเองให้หลาบจำ ประเด็นก็คือ ถ้าตอนนี้ยังรู้สึกผิดอยู่…ก็อยากจะขอให้อดทนกับรสชาติความทุกข์ของการสำนึกผิดต่อไปอีกสักระยะนะครับ ผมรู้ว่ามันเหนื่อย มันเจ็บใจตัวเอง และมันปวดร้าว แต่ทนแบกรับความรู้สึกนี้ต่อไปอีกนิดนะครับ ทนจนกว่าตัวเราจะให้อภัยตัวเอง
ไม่ต้องไปเร่งขบวนการให้หายรู้สึกผิดเร็วไปนักเดี๋ยวเราจะเคยตัว ทำผิดก็ได้รับการอภัยโทษไวเกินไปจะกลายเป็นไม่สำนึก 555+ แต่ในระหว่างที่กำลังรับโทษอยู่นี้ ก็ขอให้แอบปล่อยมือที่กอดความผิดออกมาสักข้างเพื่อรับกำลังใจและความเข้าใจจากคนรอบข้างไปเก็บเอาไว้ด้วยนะครับ
เอ้า! รับไป (ฟิ้วววววววววว)
ส่วนฝน… …ก็ปล่อยมันตกของมันต่อไป จนเมื่อเราให้อภัยตัวเองได้เมื่อไหร่ ต่อให้ฝนจะตกหนักเบาแค่ไหนเราก็ไม่แคร์ร่มหรอก เพราะเราจะนั่งอยู่ในบ้านแทน(ถ้าไม่มาระดับพายุทอนาโดก็คงไม่เป็นไร) แล้วนั่งมองหยดน้ำฝนไหลรวมตัวทิ้งดิ่งอยู่บนกระจกหน้าต่าง… … …ผมไม่รู้หรอกว่าการนั่งมองอะไรแบบนั้นมันมีความสุขที่ตรงไหน? แต่ผมจำได้ว่าเคยมีผู้หญิงคนนึงเคยบอกกับผมว่า มันเป็น 1 ในกิจกรรมที่เปี่ยมไปด้วยความสุขสำหรับเธอ…ผมรอเจอผู้หญิงคนนั้นอยู่ครับ…
กันยายน 28, 2009 ที่ 1:54 pm
พี่เคยมีร่มที่มันรับมือฝนไม่ไหว
จำได้ว่าวันนั้นตัดสินใจหุบร่ม
แล้ววิ่งลุยฝนกลับบ้านเลย
ตัวเปียกโซก แต่หัวเราะแฮะ
รู้งี้ทิ้งร่มไปตั้งนานละ
ไม่เอามาถือไว้ให้หนักหรอก
…
อะไรวางได้ก็วางเนอะ
ยิ้มๆจ้า
กันยายน 28, 2009 ที่ 3:03 pm
กับบางเรื่องเราก็ต้องทำเป็นแกล้งลืม
เพื่อให้มันผ่านไป
กันยายน 28, 2009 ที่ 3:08 pm
ฝนตกมาทีไร ก็คิดถึงตัวเอง คิดถึงงานที่ต้องทำแต่ยังไม่เสร็จ แต่ทำไมต้องมีฟ้าแลบ ฟ้าร้อง ฟ้าผ่าด้วยนะ เปิดทีวีดูก็ไม่ได้ ใช้ internet ก็ไม่ได้ เครื่องก็เสียวันนั้นยังตกใจไม่หาย เปรี้ยง! สนั่นหวั่นไหว หัวใจแทบวาย ทีวีหลายบ้านเสีย แต่ระบบ Lan ของฉันเสียเลย แก้มาแล้วยังไม่ดี ใช้ USB Lan ก็ไม่ค่อยดี ฉันก็อยากปล่อยวาง
เหมือนกัน แต่บางอย่างมันก็วางไม่ได้ มันคือหน้าที่ สู้สู้ ค่ะ
กันยายน 29, 2009 ที่ 8:11 am
เปียกปอน ประปราย จริงๆค่ะ
กันยายน 29, 2009 ที่ 10:09 am
Let it be naja.
กันยายน 30, 2009 ที่ 9:38 pm
อ้อเป็นอะไร
ไม่ได้คุยกันนานเลย
ตุลาคม 1, 2009 ที่ 5:21 am
เรารู้ว่าพักนี้อารมณ์เราขึ้นลง แปรปรวนบ่อยเหมือนอากาศ
แต่ทุกครั้งที่มีใครพูดอะไรดี ๆ คอยให้กำลังใจ
มันก็อดไม่ได้ที่จะช่วยให้รู้สึกดีขึ้นมา
เรารู้ว่าพักนี้เราพูด ‘ขอบคุณ’ บ่อย
และครั้งนี้ก็อีกเหมือนกัน
ที่เราต้อง ‘ขอบคุณ’ อีกครั้ง
สำหรับคอมเมนต์ของทุกคน
:)
ตุลาคม 8, 2009 ที่ 2:11 pm
อดทนเวลาที่ฝนพรำ :)