Cotton Candy Cloud
เธอคิดว่าเมฆคือสายไหม, แต่คงไม่ใช่
เพราะไม่ว่าจะลองวิ่งไปยืนตรงนู้น เดินไปมองตรงนี้
เธอก็มองไม่เห็นปลายไม้ที่เสียบสายไหมอยู่ดี
เธอชอบแหงนหน้ามองฟ้า
เธอชอบวิ่งไล่ตามก้อนเมฆ
ตอนนั่งอยู่บนรถก็เหมือนกัน
อดคิดตามไม่ได้ว่าเมฆก็กำลังวิ่งตามเธอมา
พอถึงตอนจะเข้าบ้าน เมฆคงทำหน้าจ๋อยที่ตามต่อไม่ได้
ทั้งเมฆ ทั้งฟ้ามักพาเธอฝัน
ฝันว่าได้ไปดำผุดดำว่ายในเมฆ
กระโดดจากเมฆก้อนมากนู้นไปก้อนนี้
แล้วยิ่งถ้ามันจะมีรสหวานเหมือนสายไหมแบบที่เธอคิด
เธอคงแทะเล็มอยู่กับปุยนุ่มพวกนั้นอย่างไม่รู้อิ่ม
ทั้งเมฆ ทั้งฟ้า ชอบชวนเธอวาดวิมานในอากาศ
ฝันว่าเป็นเจ้าของปราสาทหลังโตอยู่บนฟ้า
อยากแปลงโฉมบ้านก็เพียงปั้นเมฆใหม่
ขยุ้มขยำจนกว่าจะได้รูปทรงตามที่พอใจ
แล้ววิ่งเล่นต่อไปบนอาณาจักรที่เธอสร้างขึ้นเอง
แต่ฝนปลุกเธอตื่นจากฝัน
เมื่อเมฆขาวฟ้าใสแปลงร่างเป็นคนโกรธ
เธอกลับหลบลี้หนีหายไปอยู่ในที่พักพิงอื่น
ปล่อยให้เมฆก่นด่าโชคชะตาและร้องไห้อยู่ฝ่ายเดียวแบบนั้น
สำหรับเธอ, สิ่งที่ทำให้เจ็บปวด
ไม่ใช่ความห่างไกลของท้องฟ้า
ไม่ใช่ความกว้างที่เกินสายตาคะเนถึง
แต่เป็นเพราะธรรมชาติของฟ้าที่คอยโอบกอดเธอไว้
แต่เธอกลับไม่สามารถและไม่มีวันที่จะตอบรับอ้อมแขนของท้องฟ้าได้เลย
ยิ่งในวันที่ฟ้าร้องไห้เป็นฝน
เธอก็ยิ่งรู้สึกว่าได้ทอดทิ้งฟ้าให้เดียวดายกับความหม่นเศร้า
และไม่แม้แต่จะมีสิทธิ์เอื้อมมือไปปลอบโยนให้สีเทาของฟ้าเจือจางลงได้
เธอชอบที่ฟ้าพาเธอฝัน
ความเบาหวิวนุ่มนวลพาเธอเพลิดเพลินไปไกล
จนหลงลืมไปว่า วันใดที่ตกลงมา วันใดที่เธอหยุดฝัน
วันนั้น พื้นดินข้างล่างที่คอยรองรับแข็งพอจะทำให้เธอเจ็บ
เธอไม่รู้จะทำอย่างไรดีกับโลกจริงโลกฝันที่เชื่อมโยงกันไม่ได้เช่นนี้
จึงตัดสินใจจะเลิกมองฟ้าให้น้อยลงกว่าที่เคย
เผื่อความหนักแน่นของพื้นดิน จะฉุดรั้งให้เธอนึกถึงความจริงได้สมจังกว่านี้
วัดไม่ได้หรอกว่าใครจะเศร้าซึมกว่า
แต่ ณ ตอนนี้.. เส้นแบ่งระหว่างความจริงความฝันอนุญาตให้เธอทำได้เท่านี้เอง
*ภาพถ่ายท้องฟ้าจากบนเครื่องยิน
ขอบคุณท้องฟ้าที่อยู่ตรงนั้นเสมอมา และไม่มีทีท่าจะหายไปไหน
ขอโทษสำหรับระยะทางที่ถูกสร้างให้ห่างไกลและกว้างขึ้น
ฟ้ามักจะพาเธอฝันไปไกล
แต่เธอก็ดีใจในความสัมพันธ์
















