:: mango

April Truth’s Day

Posted in mind by mangomoment on เมษายน 1, 2009

logo11

เอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ April Truth’s Day
ในวันที่คนกลุ่มหนึ่งพูดโกหก คนอีกกลุ่มหนึ่งจะพูดความจริงเกี่ยวกับโลกให้ฟัง
บทความที่นำมาเผยแพร่ที่บล็อกนี้เป็นของ อ.ยงยุทธ จรรยารักษ์
หากสนใจรับฟัง “ความจริง” อื่น ๆ เพิ่มเติม
สามารถเข้าไปได้ที่นี่

 

 

 

 
สู้โลกร้อนด้วยวิถีไทย
โดย อ.ยงยุทธ จรรยารักษ์
 

วิถีไทยในอดีตเป็นวิถีที่มีความเป็นมิตรกับธรรมชาติด้วยความใส่ใจในธรรมชาติ
จนเข้าใจความเป็นไป หรือความแปรเปลี่ยนของธรรมชาติ และปรับตัวให้สอดคล้องกับธรรมชาติ
เช่น ‘น้ำขึ้นให้รีบตัก’
นอกจากนี้การขับเคลื่อนของวิถีชีวิตยังอิงแอบอยู่กับพลังของธรรมชาติ
คือ พลังงานที่ดวงอาทิตย์ส่งมาให้ชีวิตทั้งโลกได้พึ่งพา
ดังนั้นคนโบราณมักจะสั่งสอนกันไว้ว่าให้ ‘กินข้าวก่อนอาทิตย์ตกดิน’

 

 

 

 

ทำไมนกส่วนใหญ่จึงไม่ หากินตอนกลางคืน (Wind Beneath My Wing)
จะเห็นได้ว่าชีวิตบนโลกส่วนใหญ่จะใช้ดวงอาทิตย์
และตัวร่วม (Alliance) ของดวงอาทิตย์เป็นพลังงานที่ใช้ในการขับเคลื่อนชีวิตด้วยกันทั้งสิ้น
ยกเว้นก็แต่มนุษย์ที่มองว่าพลังงานจากดวงอาทิตย์เป็นพลังงานทดแทน
ส่วนพลังงานหลักของมนุษย์กลับเป็นพลังงานที่ได้จากเทคโนโลยีต่างๆ
อาทิเช่น ไฟฟ้า น้ำมัน ก๊าซ ถ่านหิน และพลังงานนิวเคลียร์

 

จากความเข้าใจผิดดังกล่าวได้ส่งผลให้มนุษย์ได้พยายามทำลายพลังงานจากดวงอาทิตย์ทิ้ง
โดยการสะท้อนพลังงานจากดวงอาทิตย์ให้ออกไปนอกโลก
ด้วยการทำลายตัวดูดซับแสงอาทิตย์ที่สำคัญ
คือสีเขียวที่จะทำหน้าที่เปลี่ยนพลังงานแสงอาทิตย์ให้เป็นพลังงานเคมีตัวแรกคือน้ำตาล / เยื่อไม้
ซึ่งจะกลายเป็นโปรตีนและไขมันรูปแบบต่างๆ มากมาย
นอกจากเราจะตัดต้นไม้แล้ว เรายังดาดพื้นผิวโลกที่เป็นดินโดยปิดทับด้วยคอนกรีตและยางมะตอย
ส่งผลให้พื้นดินไม่สามารถรับพลังงานจากดวงอาทิตย์ได้ พืชก็ขึ้นไม่ได้ด้วย
เมื่อพื้นดินไม่สามารถรับพลังงานได้พลังงานก็จะสะท้อนขึ้นสู่บรรยากาศ
ทำให้บรรยากาศที่ห่อหุ้มโลกนี้มีอุณหภูมิสูงขึ้นทุกวัน

 

 

 

 

ท่านทราบหรือไม่ว่า เมื่อโลกไร้พืชและน้ำ อุณหภูมิของโลกจะเป็นอย่างไร?
หลังจากที่เกิดสุริยจักรวาลใหม่ๆ
อุณหภูมิบนดาวเคราะห์แต่ละดวงจะแปรตามระยะห่างระหว่างดาวเคราะห์นั้นกับดวงอาทิตย์
ถ้าใกล้อุณหภูมิจะสูง ถ้าอยู่ไกลอุณหภูมิจะต่ำ

สัดส่วนของก๊าซในบรรยากาศ ดาวศุกร์ ดาวอังคาร โลกยุคแรก โลกยุคปัจจุบัน
คาร์บอนไดออกไซด์ (%)          98             95                98                0.03
ไนโตรเจน (%)                           1.9              2.7              1.9               79
ออกซิเจน (%)                              –                0.13              –                   21
อุณหภูมิ (องศาเซลเซียส)         477           -53              290±50      13

 

 

ดังนั้น ถ้าเราเปรียบเทียบโลกกับดาวเคราะห์ใกล้ตัว
จะเห็นว่าอุณหภูมิของบรรยากาศโลกตอนเริ่มต้นสูงถึง 290 องศาเซลเซียส
ในขณะที่ปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์สูงถึง 98 เปอร์เซ็นต์
มีไนโตรเจนเพียง 1.9 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น
ออกซิเจนไม่มีเลย
และเมื่ออุณหภูมิโลกเย็นลงจนไอน้ำรวมตัวกันเป็นฝนได้
โลกเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
คือระดับคาร์บอนไดออกไซด์ที่สูงมากได้ลดลงเรื่อยๆ จนเหลือเพียง 0.029 เปอร์เซ็นต์เมื่อต้นยุคอุตสาหกรรม
นอกจากนี้ระดับของไนโตรเจนได้เพิ่มขึ้นจาก 1.9 เปอร์เซ็นต์เป็น 79 เปอร์เซ็นต์
ซึ่งเป็นผลดีที่ทำให้การลุกไหม้ด้วยตัวเองลดลงอย่างมาก
เพราะไนโตรเจนเป็นก๊าซเฉื่อย ติดไฟยาก
และยังได้ผลพลอยได้ที่วิเศษที่สุด คือ การเกิดออกซิเจนซึ่งมีสูงขึ้นถึง 21 เปอร์เซ็นต์
ส่งผลให้ชีวิตยุคใหม่เจริญเติบโตได้อย่างอิสระเสรี เพราะมีออกซิเจนให้หายใจ

 

 

 

 

 

เราใช้ชีวิตอย่างเป็นสุขมาหลายพันปี
เพราะวิถีไทยของเราเป็นวิถีที่สอดคล้องกับธรรมชาติ
เราให้ความเคารพในธรรมชาติโดยถือว่าเป็นผู้มีพระคุณต่อเรา
จึงยกย่องเป็นพระแม่คงคา พระแม่ธรณี แม่โพสพ เป็นต้น
ทำให้เรามีบทร้อยกรองที่ใช้ร้องเชิดชูแผ่นดินไทยให้ไม่ลืมแผ่นดินคือ

“เมืองไทยเรานี้ แสนดีหนักหนา
ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว
ทำมาหากิน แผ่นดินของเรา
ปลูกเรือนสร้างเหย้า อยู่ร่วมกันไป
เราอยู่เป็นสุข สนุกสนาน
เราสร้างถิ่นฐาน ไว้จนยิ่งใหญ่
เมืองไทยเรานี้ แสนดีกระไร
เรารักเมืองไทย ยิ่งชีพเราเอย”

 

 

นอกจากเพลงเมืองไทยของเราแล้ว ยังมีอาขยานที่สำคัญอีกบทหนึ่งคือ
“เมืองไทยใหญ่อุดม ดินดีสมเป็นนาสวน
เพื่อนรักเราชักชวน ร่วมช่วยกันมุ่งหมั่นทำ
วิชาต้องหาไว้ เป็นหลักได้ใช้ช่วยนำ
ความรู้คู่ควรจำ ค้นคว้าไว้ได้ดีเอย”

 

มาถึงวันนี้ บทอาขยานได้เปลี่ยนแปลงไปเป็นอย่างมากคือ
“เมืองไทยใหญ่อุดม น่าชื่นชมการลงทุน
ต่างชาติแย่งชุลมุน ขุดทรัพย์สินแผ่นดินไทย
ลูกหลานวันข้างหน้า เป็นขี้ข้าเขาทั้งหลาย
หมดสิ้นแผ่นดินไทย ทำอย่างไร ช่วยบอกที”

 

 

ทางออกของปัญหานี้ที่จะทำให้เราพ้นจากบ่อแห่งทุกข์ได้
โดยเราต้องยอมรับความผิดพลาดที่เราลืมตัวเอง (ลืมกำพืด)
แล้วใช้ชีวิต (ทำตัว) ให้เป็นชาวตะวันตก
คิดแบบตะวันตก เรียนแบบตะวันตก ทำแบบตะวันตก
เราจึงพลาดโอกาสในการได้รับประโยชน์จากธรรมชาติของแผ่นดินไทยไปอย่างน่าเสียดาย
ทั้งๆ ที่ธรรมชาติของไทยมีแต่ความยืดหยุ่นและหลากหลาย
แต่เรากลับใช้ชีวิตที่แข็งกระด้างและแห้งแล้งไร้น้ำใจ ทำให้รอยยิ้มสยามหายไปหมด
เมืองไทยมิใช่ประเทศที่มั่งคั่งร่ำรวย 
แต่เมืองนี้มีแต่ความอุดมสมบูรณ์ไปทั่ว

 

เมืองไทยมีกฎหมายที่ยืดหยุ่น  
ส่งผลให้ใบหน้าคนไทยมีแต่รอยยิ้ม

 

เมืองไทยในอดีตความรู้ไม่มาก  
แต่ทุกหนแห่งเต็มไปด้วยภูมิปัญญา

 

เมืองไทยไม่เคยเป็นชาติมหาอำนาจ  
แต่เมืองไทยเป็นชาติที่มีแต่บารมี

 

เมืองไทยไม่ใช่ประเทศยิ่งใหญ่  
แต่เมืองไทยไม่เคยตกเป็นทาสใคร

 

 

 

เราต้องหันมาทำความเข้าใจในวิถีไทยกันใหม่เพื่อความอยู่รอดบนโลกใบนี้ในอนาคต
ทั้งนี้เพราะสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นบนโลกปัจจุบันนี้
เป็นแค่สัญญาณเตือนถึงหายนะของมนุษย์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้
แต่ไม่มีใครสามารถกำหนดเวลาแห่งหายนะอย่างแน่นอนได้
ดังนั้นทางรอดแห่งหายนะที่จะเกิดนี้จะอยู่รอดได้เราต้องยืนหยัดอยู่บนขาของตนเองเท่านั้น
นั่นคือหลักสำคัญในการดำเนินชีวิตของคนไทยในอดีต

 

 

เราต้องปรับตัวในการใช้ชีวิต โดยลดความสะดวกสบายลงบ้าง
ลดการใช้เทคโนโลยีที่ไม่จำเป็นต้องพึ่งพา
หันมาใช้ศักยภาพของความเป็นมนุษย์ให้มากขึ้น
โดยมีปรัชญาในการดำเนินชีวิตใหม่คือ
จงใช้ชีวิตแบบกลัวจน มากกว่าใช้ชีวิตแบบอยากรวย

.

Advertisements

2 Responses

Subscribe to comments with RSS.

  1. Wa-ii said, on เมษายน 1, 2009 at 11:30 am

    เออ เนาะ
    กลัวจน มากกว่าอยากรวย
    เออดีๆๆ ^^

    สวัสดีเอพริวทรูทเดย์จ้าอ้อ
    คิดถึงนะ ^^

  2. คนขายประกัน said, on เมษายน 1, 2009 at 7:18 pm

    ทำไมช่วงนี้อ้ออัพบล๊อกติดๆ กัน
    ดีละๆ


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: