:: mango

ย่า

Posted in books, diary by mangomoment on เมษายน 23, 2009

1.
ในวันวัยที่ยังเป็นเด็ก
จินตนาการตอนจัดกระเป๋าก่อนกลับบ้าน มักจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับอาหารว่าง
นึกถึงจานกลมบนโต๊ะกระจกใสว่า บ่ายนี้จะมีขนมอะไรต้อนรับการกลับบ้านของเราน้อ
แล้วก็ต้องไพล่นึกไปถึงคนตระเตรียมอาหารว่าง
… คุณย่าของเรา …
นึกถึงใบหน้ากลม ๆ ของย่าที่จะส่งยิ้มแป้นเมื่อเห็นเราวิ่งเข้าบ้านมา
และความกว้างของรอยยิ้มดูจะเพิ่มมากขึ้นอีก ตอนเห็นเราเคี้ยวขนมตุ้ย ๆ

 

อาหารว่างที่ย่าชอบทำ เป็นอาหารง่าย ๆ ที่ไม่ต้องใช้ขั้นตอนการปรุงให้ยุ่งยาก
เมนูเด็ดที่เราและน้องโปรดปรานจนถึงขั้นต้องแย่งชิงคือ “โกกิ”
… ถั่วฝักยาว-ฟักทอง-เห็ดนางฟ้า ชุบแป้งโกกิทอดจิ้มกับซอสมะเขือเทศ
อร่อยเด็ดจนต้องแย่งกันแม้แต่เศษแป้ง

 

อาหารว่างบางวันก็เป็นผลไม้
ฝีมือการปอกผลไม้บวกกับการจัดวางอย่างมีศิลป์ของย่าจัดอยู่ในขั้นเนียนสวยไม่มีที่ติ
ที่เราทึ่งที่สุดคือการปอกเงาะ
แม้แต่เยื่อสีน้ำตาลด้านในสุด ย่าก็ยังลอกออก
ย่าบอกว่า.. ถ้าไม่ปอกออกมันจะระคายคอ กินไม่อร่อย

 

นอกจากจะปอกผลไม้เก่ง ย่ายังมีฝีมือแกะปูเป็นเลิศ
ทั้งแกะไวและใช้อุปกรณ์พึ่งพาน้อยมาก
ย่าจะแยกกองเนื้อไว้ชัดเจน ไหนกรรเชียง ไหนเนื้อ ไหนก้าม ไหนกระดอง
เทคนิคการแกะปูของย่า ปูมาเห็นคงปลาบปลื้มดีใจที่เห็นอวัยวะตัวเองอยู่ครบและแบ่งประเภทอย่างสวยงาม

 

ย่าเป็นคนช่างคุย,
ย่าชอบเล่าให้ฟังถึงตอนที่ย่ายังสาว, เล่าถึงญาติ ๆ คนอื่นที่เราไม่รู้จัก, ชอบคุยกับเพื่อนบ้านในซอย

 

ย่าเป็นแฟนละครตัวยง,
ย่าจะรีบอาบน้ำแต่หัวค่ำ เพื่อมาให้ทันละครตอน 2 ทุ่ม
ดูไป ย่าก็จะวิจารณ์หน้าตานักแสดงไป โดยเฉพาะพวกพระเอกหน้าตี๋ที่ย่ามักคอมเม้นว่า “พระเอกอะไรหน้าตาแหยๆ”

 

ย่าชอบไปทำบุญ,
ทุกเช้าวันเสาร์ ย่าจะตื่นขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัวแต่เช้ามืดเพื่อเตรียมตัวไปใส่บาตร
ถ้ามีเทศกาลสำคัญอย่างวันวิสา มาฆะ อาสาฬหะ ย่าก็จะหิ้วปิ่นโตไปถวายภัตตาหารด้วย

 

ย่าชอบแต่งตัว,
วันไหนที่จะได้ออกนอกบ้าน ย่าจะพิถีพิถันกับการแต่งตัวเสมอ
ย่าเลือกผ้าถุงตัวที่สวยที่สุด เข็มขัดเงินที่แววที่สุด และแหวนวงที่ขัดเตรียมไว้จนขึ้นเงา
ศิลปะการแต่งตัวของย่าก็ไม่ธรรมดา
สีของเครื่องนุ่งห่มจะเป็นไปตามวัน และมิกซ์แอนด์แมชต์กันอย่างน่าอัศจรรย์
อย่างวันอังคาร ย่าจะสวมเสื้อสีชมพู นุ่งผ้าถุงสีม่วงเข้มหรือสีบานเย็นลายทาง
วันพุธ สวมเสื้อสีเขียวตองอ่อน กับผ้าถุงสีเขียวเข้มใบไม้
วันอาทิตย์สวมเสื้อลายกราฟฟิกสีแดงคู่กับผ้าถุงสีน้ำตาลไม้โอ๊ก

 

แต่บางครั้งเราก็รู้สึกว่าย่าจู้จี้,
ย่าจะรู้สึกรำคาญแทน เมื่อเห็นหัวเรายุ่งเหยิงเป็นสังกะตัง
ย่าจะพะว้าพะวนเมื่อเห็นเรายังนอนสบายใจเฉิบ แม้ตะวันจะชี้โด่ไปถึงไหนแล้ว
ถ้าเห็นโต๊ะรกรุงรัง ย่าก็ทนไม่ได้ ต้องจัดเก็บให้เรียบร้อยเสมอ

แต่พอมานึกย้อนกลับไป
ที่ย่าบ่น ที่ย่าจุกจิก มันก็เพื่อตัวเราทั้งนั้น

 

 

 

 

2.

oma
ย่า (Oma)
Peter Härtling เขียน
ชลิต ดุรงค์พันธุ์ แปลจากภาษาเยอรมัน

 

เพราะอุบัติเหตุทางรถยนต์ของพ่อกับแม่
ทำให้คาลเลอ..เด็กชายวัย 5 ขวบ ต้องมาอยู่กับคุณยายวัย 67 ด้วยกันในห้องเช่าเล็ก ๆ ในอพาร์ทเมนท์แห่งหนึ่ง
ด้วยวัยที่ห่างและประสบการณ์ที่ต่างกัน ทำให้คาลเลอและย่าต้องปรับตัวเข้าหากันทีละนิด
บางครั้งคาลเลอก็ไม่เข้าใจพฤติกรรมของย่า
… ทำไมย่าถึงดูทีวีแล้วร้องไห้,
ทำไมย่าต้องเป็นห่วงเมื่อเขาจะไปเล่นกับเพื่อน,
ทำไมย่าชอบเล่าเรื่องในอดีต
ขณะที่ย่าก็พยายามทำความเข้าใจความคิดและการกระทำของหลานที่เติบโตมาในยุคที่ต่างกัน
… ย่าพาคาลเลอไปเปิดหูเปิดตาต่างเมือง แม้ย่าจะชอบอยู่แถวบ้านมากกว่า
ย่าสนับสนุน เมื่อคาลเลอบอกว่าจะเป็นนักกีฬาฟุตบอลของชั้นปี แม้จะกลัวว่าการเล่นฟุตบอลอาจทำให้แข้งขาหัก

 

แม้จะกระทบกระทั่งกันบ้าง,
แต่การที่ได้มาอยู่ด้วยกัน ก็ทำให้ทั้งคู่ได้เรียนรู้อะไรต่าง ๆ มากมายที่คนในวัยเดียวกันไม่ได้รู้
ได้เสียสละความสุขส่วนตัวเพื่อกันและกัน
การอยู่กับย่า ทำให้คาลเลอเข้มแข็งกว่าเด็กในวัยเดียวกัน
การได้เรียนรู้ชีวิตจากประสบการณ์ของย่า ทำให้คาลเลอเติบโตและเข้าใจโลกมากกว่าเด็กคนอื่น
และย่าก็กระปรี้กระเปร่ากว่าคนวัยเดียวกัน และมีความสุขกับการได้เลี้ยงดูคาลเลอ
เหมือนในตอนหนึ่งที่ย่ารำพึงว่า

“จะว่าไป ก็คงเป็นเพราะเจ้าคาลเลอนี่แหละ
ถ้าฉันไม่รับเขามาเลี้ยง ป่านนี้ฉันคงจะเป็นง่อย
เป็นคนแก่ขี้บ่นที่เอาแต่สร้างความรำคาญให้เพื่อนบ้านไปแล้วก็ได้
เปรียบไปแล้ว เจ้าคาลเลอก็คงเหมือนยาที่หล่อเลี้ยงให้ชีวิตของฉันกระชุ่มกระชวยอยู่ได้”

 

 

 

 

3.
เพราะความห่างไกล,
เราจึงไม่มีโอกาสได้ดูแลย่าเท่ากับที่คาลเลอดูแลย่าของเขา

 

ครั้งหลังสุดที่ได้กลับบ้าน เราพบว่า,
แคลเซียมในกระดูกที่เชื่อมต่อระหว่างสันหลังกับบั้นเอวของย่าเริ่มเสื่อมแล้ว
ย่าเดินเหินลุกนั่งอย่างยากลำบากขึ้นทุกวัน
กิจกรรมประจำวันของย่าลดเหลือแค่กิน นอน อ่านหนังสือ สวดมนต์

 

อาหารว่างของย่า ทำให้เราอร่อย
พฤติกรรมบางอย่างของย่า ทำให้เราอมยิ้ม
คำพร่ำสอนของย่า ทำให้เราได้เรียนรู้
แล้วเราล่ะ,
ทำอะไรให้ย่าได้บ้าง.

.

Advertisements
Tagged with: , ,

4 Responses

Subscribe to comments with RSS.

  1. มอเอ. said, on เมษายน 23, 2009 at 2:25 pm

    อ่านแล้วคิดถึงอาม่าของตัวเองมากๆ
    อาม่าเราชอบกินข้าวเกรียบกุ้งฮานามิสุดๆ

  2. ฝันกลางวัน... said, on เมษายน 23, 2009 at 11:34 pm

    น่าดีใจจัง มีคุณย่าที่น่ารักมากๆ

  3. Wa-ii said, on เมษายน 23, 2009 at 11:53 pm

    อิจฉาอ้อจังเลย
    ที่มีย่าให้ใกล้ชิดสนิทสนม

    ย่าเรายังอยู่
    แต่ความทรงจำเกี่ยวกับย่าของเรามีไม่มาก
    จำได้แค่ว่าตอนเด็กๆ เราชอบไปเล่นติ่งเม็ดใหญ่ๆที่อยู่ตรงแขนย่า
    แล้วโตมา เรียนกรุงเทพฯ กลับบ้านทีไรย่าต้องผูกสายสิญจน์ให้ตลอด
    มีไม่มากจริงๆ .. อ้อเลยน่าอิจฉาด้วยประการทั้งปวง ;p

    ก็อย่างที่บอก
    เราออกจะสนิทสนมกับญาติผู้ใหญ่ฝ่ายแม่มากกว่า
    ช่วยไม่ได้เลยที่เราจะผูกพันกับยายมากกว่า
    อุ๊ย พอละ เดี๋ยวย่าจะเสียใจเนอะ ^^” แต่เราก็รักย่าเราน้า ;]

    ปล. อย่าโดดเรียนนะอ้อ อิอิ

  4. ใหม่ said, on เมษายน 25, 2009 at 12:19 pm

    เรื่องนี้เราเคยอ่านเมื่อนานมาแล้วจ้าอ้อ
    แต่ไม่ใช่ของคุณชลิต แปลนะ
    เป็นของอมรินทร์อ่ะ เล่มบางๆ สีเหลืองๆ

    อ่านที่อ้อเขียนแล้วก็คิดถึงย่าเราเหมือนกัน
    แต่เราเรียกย่าว่า “อาม่า” ไง อิอิ

    คิดถึงหมั่นโถวที่อาม่าชอบทำบ่อยๆ
    ถ้าเราว่างก็จะได้ไปช่วยอาม่าทำทุกที
    แต่ได้ข่าวว่าไปช่วยทำให้ยุ่งมากกว่า
    นวดแป้งก็แย่ ปั้นก้อนใหญ่ๆ แบบอาม่าทำก็ไม่เป็น
    แล้วยังไปบอกอาม่าอีกนะว่าก้อนมันใหญ่เกินไป (ไอ้บ้า)

    เอาไว้มีโอกาสจะเอาหมั่นโถวอาม่าไปฝากนะ

    คิดถึงอาม่าจัง ^__________^


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: