:: mango

เธอว่าความเศร้ามีสีอะไร

Posted in diary by mangomoment on พฤษภาคม 7, 2009

บนแผ่นกระดาษสีขาว
ฉันวาดตัวการ์ตูนเด็กหญิงผมยาวด้วยปากกาสีน้ำเงิน
ใบหน้าเรียบเรียบของเด็กหญิงไม่บ่งบอกอารมณ์
แต่ท่ามกลางพื้นที่สีขาว
.. เธออาจเหงา

 

ในวันที่ฟ้าไม่มีเมฆ
ท้องฟ้าสีฟ้าที่ว่างเปล่า
แมวตัวหนึ่งเหม่อมองความกว้างของท้องฟ้า
ไม่มีแม้นกซักตัวบินผ่านเข้ามาในระยะสายตาแมว

 

ไอศกรีมรสมะม่วงในแก้วพลาสติก
ถูกปล่อยให้หลอมละลายช้าช้า
ท่ามกลางของเหลวสดสีเหลืองข้น
เชอรี่สีแดงสดจมดิ่งเดียวดาย

 

ขอบขนมปังที่เหลือจากการทำอาหาร
ฉันบิเป็นชิ้นเล็กเล็ก แล้วโยนให้ปลาในสระ
.. ไม่มีซักตัวสนใจ
หมาขาเป๋ตัวหนึ่งเดินผ่านมา
ดมเศษขนมปังฟุดฟิด 
ขนมปังโฮลวีทคงไม่น่าสนใจ มันจึงเดินจากไป
นกตัวหนึ่งเดินเข้ามาเงียบเงียบ
จิกกินเศษขนมปังที่หล่นตามพื้นด้วยท่าทีหิวโหย
นกหลงฝูง, ฉันไม่รู้ว่าเธอรอนแรมมาจากที่ใด
โชคดี, ที่เธอยังมีขา
และไม่ได้เป็นนกไร้ปีก

 

ท่ามกลางเขม่าควันสีเทาที่โอบคลุม
ไม่รู้อะไรน่าเบื่อหน่ายมากกว่า
ผู้คน
รถรา
หรือสถานที่เดิมเดิม

 

เพื่อฆ่าเวลา,
ฉันเดินเข้าออกร้านหนังสือเป็นว่าเล่น
ตรวจเทียบราคาขนมยี่ห้อหนึ่งกับอีกยี่ห้อหนึ่ง
เพ่งดูรอยไหม้ของฟักทองในสลัดบาร์
มองหารสชาติแปลกใหม่ของน้ำหวานที่ยังไม่เคยลิ้มลอง

 

เย็นย่ำแล้ว
ฉันเดินหาร้านอาหารที่ไร้บรรยากาศของความเป็นคู่
แม้เป็นเรื่องยาก
แต่ร้านสีครีมซึมเซาแห่งนั้น ก็พอจะมีคนประเภทเดียวกัน
เพลงคลอเบาเบาในร้านฟังเพลินดี
แอร์เย็นในร้านคลายร้อนดี
พนักงานใส่ใจบริการดี
แต่ที่นั่งตรงข้ามว่างเปล่า
และการกินข้าวคนเดียวก็ไม่อร่อย
…เหมือนเคย

 

ในค่ำคืนที่ได้เรียนรู้อะไรบางอย่าง
ว่าความเปลี่ยวดายคือมิตรแท้
และการปลอบใจตัวเองเงียบเงียบคงดีกว่า
ส่วนขอบตาที่ชุ่มชื้นได้ตอบคำถามข้างบนแล้วว่า
น้ำตา
ไม่มีสีใดใด.

 

today_i_m_sad_by_machine9

Advertisements

24 Responses

Subscribe to comments with RSS.

  1. pattararanee said, on พฤษภาคม 7, 2009 at 8:20 am

    “ความเศร้ามีสีอะไร”

    ความเศร้ามาเยือน…ศิลปิน
    สีในภาพแอบสแตรคท์ของเขา
    มันอาจเป็นสีอะไรก็ได้
    แต่ในหัวใจ คงหม่นหมอง

    ความเศร้ามาเยือน
    พนักงานร้านสะดวกซื้อ
    “รับกระดาษทิชชู่เพิ่มมั้ยคะ”
    ด้วยใบหน้าหม่นหมอง

    สำหรับพี่นะ
    เมื่อมองเห็น
    ความเศร้า
    มักมี สีหม่นๆ อยู่เสมอ
    ใช้ผงฟอกขาวอะไร
    ก็ซักไม่ออกหรอก
    จนกว่า เศร้า จะเดินจากไปเอง

    ไม่เป็นไรหรอก
    เดี๋ยวก็เช้าแล้วค่ะหนู

    ปล.น้องอ้อเขียนดีอีกแล้ว

  2. oumikaca said, on พฤษภาคม 7, 2009 at 5:21 pm

    จริงด้วย

    เห็นด้วยกับทฤษฎีของพี่
    ที่ว่าความเศร้าไม่มีสี

    ไม่เคยนึกถึงเรื่องนี้มาก่อน

    อืม…

    ท้ายสุดแล้ว
    ความเศร้าก็มักลงท้ายด้วยหยดน้ำตา

    เอ…
    งั้นบางที
    ความสุขก็คงไม่มีสีสินะคะ :’)

  3. mango said, on พฤษภาคม 7, 2009 at 7:13 pm

    * pattararanee
    ขอบคุณค่ะ พี่เอี้ยง :)
    ชอบตรงสีความเศร้าของศิลปินจัง

    * oumikaca
    ความเศร้าไม่มีสี
    ความสุขไม่แน่ใจ
    แต่ที่แน่ ๆ ความรักมี “ทฤษฏีสีชมพู” :D

  4. มอเอ. said, on พฤษภาคม 7, 2009 at 10:56 pm

    ชอบจัง
    ดูเป็นคนโรแมนติก

  5. moacb said, on พฤษภาคม 7, 2009 at 11:50 pm

    + ^______^ +

  6. ปากกาแดง said, on พฤษภาคม 8, 2009 at 4:17 pm

    ขอนอกเรื่องหน่อย แต่ว่านี่ใครล่ะเนี่ย ฮ่าๆๆเห็นมาคอมเม้น

  7. oumikaca said, on พฤษภาคม 8, 2009 at 5:52 pm

    55555+

    ทฤษฎีที่ว่า

    เอาสีเทามาผสมม่วง
    แล้วเกิดเป็นสีชมพูใช่มั้ยคะ

    ;)

  8. หวาย said, on พฤษภาคม 8, 2009 at 6:12 pm

    โอ๋ๆๆที่รัก
    เค้าส่งหัวใจดวงน้อยๆไปอยู่เป็นเพื่อนแล้วไง
    ไม่เศร้าหรอกน่า ;D

    เนอะ :)

  9. imaginationeffect said, on พฤษภาคม 9, 2009 at 2:19 am

    หวัดดีคุณมะม่วง นอนดึกเชียวฮ่าๆ

  10. y u k ะ said, on พฤษภาคม 9, 2009 at 11:58 pm

    ความเศร้า
    ตอนนี้เธอคงเหงา
    คิดว่าตัวเองคงมีสีเทาๆ
    แต่ที่จริงเธอตัวเบา
    ไม่มีแม้แต่สีเลย

    ความเศร้า
    อย่างน้อย วันนี้ฉันขอให้เธอฝันดี

    ฝันดีค่ะพี่แมงโก้
    ;)

  11. พยูนศรี said, on พฤษภาคม 10, 2009 at 9:01 pm

    เมื่อกี้อ่านให้แม่ฟัง

    แม่อ้าปากค้าง!!!

    สุดยอดอีกแล้วคับท่าน

  12. siriluck said, on พฤษภาคม 10, 2009 at 11:31 pm

    เขียนดีจังเลยนะคะ อ่านแล้วชอบจัง ^^
    สีของความเศร้า …
    – เศร้าแบบมองโลกในแง่ร้าย น่าจะมีสีร้อน หม่น เศร้า สีเน่าๆปนกัน ดูไม่สวยแล้ว แถมยังมีเฉดความร้อนแรงของสีเด่นออกมาสะกิดใจผู้คน
    – เศร้าแบบอกหัก สีของมันน่าจะเป็นโทนน่ารักแต่มีลวดลายสีตรงข้ามปะปนอยู่อย่างสะเปะสะปะทั่วไป มองไปก็ดูสวยแต่ไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว
    – เศร้าแบบเหงาๆ ว่างๆ น่าจะเป็นสีเทาจางๆ หม่นๆแต่อุ่นๆ อยู่ได้ไม่สดใสแต่สุขุม ถ้าเหงามาก สีเทาจะหม่นมากจนมืด ไม่อุ่น แต่เริ่มอึดอัด
    – เศร้าแบบว่างๆ เรื่อยเปื่อย สีของมันจะเป็นสีจริงของสิ่งรอบตัวที่เรามองเห็น ความเศร้ามาเยือนทุกคนเสมอแล้วแต่โอกาส ดังนั้น สีของมันก็คือสีที่เรามองเห็นจริงได้ด้วยตา…
    เวลาที่รู้สึกเศร้า สีในความรู้สึกของฉันคือ แสงสีเทาอ่อนๆ เทาหม่นๆ ให้ความรู้สึกสงบ นิ่ง แต่เศร้าและไร้พลังในการทำสิ่งต่างๆ
    (แต่อยู่ไปสักพัก…สีของมันก็เปลี่ยนไป เหมือนแสงธรรมชาติที่เวียนเปลี่ยนไปอยู่เสมอ) ความเศร้าก็จากไป…ไม่อยู่นาน ^^

  13. mango said, on พฤษภาคม 11, 2009 at 12:19 am

    ขอบคุณทุกคอมเม้นเลย :)

    ตอนนี้ ไม่เศร้าแล้ว
    ยิ้มปากฉีก ได้อย่างเดียว
    ^____________^

  14. ป.น. said, on พฤษภาคม 11, 2009 at 3:54 am

    สีฟ้าหม่นหม่น, เท่าที่เราพอจะสังเกตเห็น
    เสียใจแทนร้านหนังสือจัง
    ที่คุณเข้าไปเพื่อฆ่าเวลา.

  15. Naitontuayong said, on พฤษภาคม 11, 2009 at 7:37 am

    ค่ำคืนฉันยืน
    ศิลปิน : เฉลียง
    อัลบั้ม : เอกเขนก
    คำร้อง/ทำนอง : นิติพงษ์ ห่อนาค / ทรงวุฒิ จรูญเรืองฤทธิ์
    จังหวะ : SOUL

    INTRO : C/Em/Am/G/C/Em/Am/G/C

    C Em Am G7 C Em Am G7
    ค่ำคืนฉันยืนอยู่ทำไม ดึกแล้วผู้คนก็หลับใหล
    Am G F Em
    ตีสองตีสามพวกยามเขายังหลับใน
    F Em Dm G7
    แล้วทำไมฉันยังมามัวนับดาว
    C Em Am G C Em Am G
    ถ้าเราได้นอนก็คงดี พรุ่งนี้ก็คงตื่นแต่เช้า
    Am G F Em
    เลิกเหงาเลิกเหงาไม่เอาไม่มีประโยชน์
    F Em Dm C/C7
    แล้วจะโกรธโทษใครถ้าไปง่วงตอนกลางวัน

    F F#dim C Am
    * คนที่เขาไม่ไยดี ป่านนี้เขาคงหลับใหล
    F C Am G F Em
    จะคิดถึงให้ตายเขาคงไม่รู้ สู้ทำใจให้ดี
    F Em F F#dim G7
    รักตัวเองบ้างซิ ก็ตัวเราเป็นคนหนึ่งคนเหมือนกัน
    C Em Am G7 C Em Am G7
    ถ้าเหงาก็ควรให้พอดี สี่วันเหงาทีก็ดีถม
    Am G F Em
    มัวเหงาติดกันสี่วันไม่นอนไม่ข่ม
    F Em Dm C
    เดี๋ยวเป็นลมล้มไปไม่เห็นว่าใครจะแล

    (ดนตรี) C/Em/Am/G/C/Em/Am/G/C

    (ซ้ำ *)

    F Em Dm C
    เดี๋ยวเป็นลมล้มไปไม่เห็นว่าใครจะแล

  16. oumikaca said, on พฤษภาคม 11, 2009 at 8:35 am

    เอ๊ะ เพลงค่ำคืนฉันยืน
    ยังไม่เคยฟังเลย

    สงสัยต้องไปหามาฟังบ้างแล้ว อิอิ

    กำลังใจนี่มีพลังสุดๆไปเลยนะคะพี่แมงโก้
    ตอนนี้พี่หายเศร้าแล้ว

    มีความสุขเมื่อไหร่
    เขียนเรื่อง “ความสุขมีสีอะไร” ต่อเลยดีมั้ยคะ

    ;)

  17. นวิณ said, on พฤษภาคม 11, 2009 at 4:18 pm

    ความเศร้าที่ข้าพเจ้ารู้จัก
    เร้นกายภายในเงา
    ความสุขที่ข้าพเจ้ามองเห็น

    ข้าพเจ้าทักทาย
    สวัสดี

    ความเศร้า

    ที่คุ้นเคย

  18. '' ' 'ฝ ' น' ตกกลางใจ said, on พฤษภาคม 12, 2009 at 9:44 pm

    หลายคนพร่ำบอก
    ความเศร้า = สีเทา
    เช่นเพลง ‘อารมณ์สีเทา’ ของพี่ปั๊ปโปเตโต้

    หลายคนนิยาม
    ความสุข = สีชมพู
    เช่นเพลง ‘วิมานสีชมพู’ ของคุณรวงทอง ทองลั่นทม

    ฉันชอบสีเทา และก็ไม่ค่อยชอบสีชมพู
    แต่ความเศร้าของฉันไม่ใช่สีเทา
    และความสุขของฉันก็ไม่ใช่สีชมพู
    เช่นกัน

    ยกเว้น
    ‘ทฤษฎีสีชมพู’
    มันเป็นเรื่องจริงที่สุดล่ะ !

    ปล. 1. นานแล้วนะ ที่ไม่ได้เข้ามาทักทาย
    เห็นแ้ล้วก็อดยิ้ม^___________^แทนไม่ได้
    มิตรรักแฟนบล็อกเยอะขึ้นมากเลย ดีจัง

    2. สำหรับ ‘ 2. เล่นกับแมว แมวเคลียขา’
    อ้อไม่ได้สูญเสียมันไปหรอกนะ
    วันนั้นม่านหมอกแห่งความเงียบมันคงเข้ามาบัง
    ก็เท่านั้นเอง ! ตั้งแต่เกิดมาจนอายุ 20
    ทิฐิพองโตไม่มีประโยชน์ในเรื่องความสัมพันธ์เืลย
    จริง จริง นะ ! (ขอหลังไมค์ได้ป่ะ 555+)

    3. จะรออ่านหนังสือนะ

  19. jummdcu said, on พฤษภาคม 15, 2009 at 12:37 pm

    ความเศร้าของพี่
    มันระบุสีไม่ได้น่ะ
    เพราะสีมันทึมๆ ตุ่นๆ ไงไม่รู้
    จำไม่ค่อยได้ เพราะเป็นคนที่ไม่ปล่อยให้ตัวเองเศร้านาน

    น้องอ้อซื้อ happening เล่มล่าสุดแล้วใช่มั้ย
    ส่วนพี่ซื้อเรียบร้อยแล้ว
    หนูมาลีปรากฏโฉมในหน้ากระดาษ
    น่ารักดีเนอะ

  20. mango said, on พฤษภาคม 15, 2009 at 1:03 pm

    เฮ้ย~
    ตกใจ
    จริงเหรอคะ พี่จุ๋ม
    อ้อเพิ่งรู้เลยนะเนี่ย

    ต้องรีบไปแผงหนังสือซะแล้ว

    ขอบคุณพี่จุ๋มมาก ๆ เลยค่า :D

  21. ^^* said, on พฤษภาคม 21, 2009 at 2:22 pm

    ที่รักขา
    มาอัพบลอกได้แล้นนน อิอิ

  22. mr-keys said, on พฤษภาคม 30, 2009 at 3:23 am

    เกือบ 10 ปีที่แล้ว…

    สมัยที่ผมยังเป็นนักศึกษา ป.ตรี :)

    ผมเคยถูกไหว้วานจากชมรมละครของมหาลัย

    ให้ช่วยให้ทำดนตรีประกอบละครประจำปี…

    นอกเหนือไปจากเพลงที่จะใช้ในละคร

    ผมยังถูกขอให้แต่งเพลงให้อักเพลงหนึ่ง เพื่อจุดประสงค์เฉพาะอย่าง

    นั่นคือ การคัดเลือกนักแสดงสำหรับละครเรื่องนั้น

    มันเป็นเพลงบรรเลง สั้นๆ ความยาวราวๆ 1 นาทีเห็นจะได้

    เมื่อการตัดตัวนักแสดง รอบสุดท้ายมาถึง…

    ในห้องทดสอบ

    กรรมการคัดตัวนักแสดงนั่งรอเป็นแถวหน้ากระดาน

    ซึ่งผมถูกรวมอยู่ในคนเหล่านั้นด้วย…

    ผู้สมัครจะเข้ามาในห้องทดสอบทีละคน

    กรรมการแต่ละคน ก็จะถามคำถามต่างๆ

    ให้ทำตามโจทย์ต่างๆ ที่เตรียมไว้…เพื่อดูบุคลิกว่าเหมาะสมกับบทไหน

    ถึงผมจะอยู่ในห้องทดสอบ และนั่งอยู่กับกรรมการ

    แต่ผมไม่ได้มีสิทธิ์ที่จะให้คะแนน หรือออกความเห็นใดๆ…

    หน้าที่ของผม คือการบรรเลง…

    บรรเลงเพลงๆนั้น ให้ผู้สมัครฟัง

    และให้ผู้สมัครวาดรูป จากสิ่งที่เห็น หรือรู้สึกจากเพลง

    โดยมีข้อแม้อยู่ว่า ให้เลือกสีได้แค่สีเดียวเท่านั้น

    วาดสวยไม่สวยไม่เป็นไร…

    เพราะหลังจากวาดเสร็จแล้ว ให้อธิบายให้กรรมการฟัง

    ว่าภาพที่วาดนั้น หมายถึงอะไร…

    ผมจะบรรเลงไปเรื่อยๆ จนกว่าผู้สมัครจะวาดรูปเสร็จ หรือขอให้พอ

    ต่อไปนี้ เป็นตัวอย่างคำตอบของผู้สมัครในสมัยนั้น…

    ตย.1

    เลือกสีเหลือง มาวาดรูปดอกทานตะวัน เยอะๆ เป็นทุ่ง

    พร้อมกับอธิบายว่า

    ” เห็นทุ่งดอกทานตะวัน ในขณะที่พระอาทิตย์กำลังจะขึ้นค่ะ

    จากเริ่มรุ่งสาง ก็ค่อยๆ สว่างขึ้นเรื่อยๆ

    จากดอกไม้ที่ยังไม่บาน ก็บานมากขึ้นเรื่อยๆ

    แต่แล้ว…พอถึงจุดๆนึง ดอกไม้ก็ร่วงหล่นไปหมด

    ท้องฟ้าก็กลายเป็นสีดำ มืดมน… ”

    ตย.2

    เลือกสีน้ำเงิน มาวาดรูปเรือพาย..อยู่กลางทะเล

    ” เห็นภาพว่า ตัวเองอยู่กลางทะเลค่ะ

    บนเรือเล็กๆ ที่ไม่รู้ว่าจะไปไหน

    รอคอยให้ถึงฝั่ง แต่ก็ไม่เห็นฝั่งซะที ”

    ตย.3

    เลือกสีน้ำตาล มาวาดรูปคน นั่งกอดเข่าอยู่มุมห้อง

    ” ที่เลือกสีนี้ เพราะว่า เพลงมันเศร้า

    ให้ความรู้สึก เหมือนคนที่รอคอยคนรัก

    ที่ไม่รู้จะกลับมาหรือเปล่าค่ะ ”

    ตย.4

    ใช้สีดำมาวาดรูป บันได ที่ปลายบันได

    มีปากทางออกของอะไรซักอย่างอยู่

    แล้วอธิบายว่า

    ” เหมือนเดินอยู่ในอุโมงค์มืดๆ

    ที่ไม่รู้จะสิ้นสุดเมื่อไหร่

    ถึงแม้จะเห็นแสงที่มาจากทางออกอยู่ที่ปลายอุโมงค์

    แต่เดินเท่าไหร่ก็ไม่ถึงซักที ”

    ตย.5

    เลือกสีเทา มาวาดรูป ” แมวการ์ฟิลด์ ”

    (รายนี้ทำเอาผมตกใจครับ)

    เขาอธิบายว่า ….

    ” เพลงนี้มันเศร้า แต่ไม่เศร้าขนาดสีดำ

    เป็นแค่สีเทา แค่เทาเท่านั้น

    และ แม้มันจะเศร้า หรือหนักหนาซักเพียงไหน

    ผมก็พร้อมจะยิ้มรับมัน เหมือนเจ้าการ์ฟิลด์ตัวนี้ครับ ”

    …………..

    ต่างคน ต่างสี ต่างความคิด

    ที่น่าขันก็คือ…

    สำหรับผมแล้ว

    ตอนที่แต่งเพลงนั้น ผมไม่ได้มีความรู้สึกใดๆเป็นพิเศษ

    ถ้าให้ผมวาดภาพ… ก็คงเป็นกระดาษเปล่านั่นล่ะครับ :P

  23. mr-keys said, on พฤษภาคม 30, 2009 at 3:28 am

    อ่อ

    ผมไม่ได้เก็บภาพเหล่านั้นไว้นะครับ เพราะผมไม่ได้มีสิทธิ์ที่จะเก็บ

    แต่ผมเคยเอาเพลงที่ว่า ให้รุ่นน้องคนนึง ที่เก่งทางการวาดรูปฟังดู

    น้องเขาวาดออกมาได้แบบนี้ครับ

    เป็นสีฟ้าสีเดียว… แต่ไล่เฉดเอา ^ ^”

    และน้องเขาอธิบายว่า…

    ” วาดเป็นทุ่งหิมะในฤดูหนาว (พยายามดูให้มันเป็นหิมะนะคะ 55+) คือฟังแล้วได้ฟิลเหมือนการก้าวเข้ามาอย่างมีจังหวะ และพลิ้วไหวของลมในฤดูหนาว แต่ในขณะเดียว

    กันก็ให้อารมณ์สงบด้วย คือทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างที่เคยมีชีวิตชีวาสงบลง อะไรทำนองนี้ล่ะค่ะ ”

    : )

  24. mangomoment said, on พฤษภาคม 30, 2009 at 8:43 pm

    คุณปรีคอมเม้นได้ละเอียดดีจัง
    ปลื้มเลย :)


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: