:: mango

now that it’s ‘raining’ more than ever

Posted in diary, doodle, film by mangomoment on กรกฎาคม 2, 2009

บางค่ำคืนที่ล่องลอยอยู่ในฝันอันแสนดี
สองแขนของเธอจับยึดอยู่กับก้านร่มคันโต
ร่มลายจุดคันนั้นโบกพัดไปตามทิศทางที่ใจต้องการ
สองขาห้อยแกว่งกลางอากาศ
สัมผัสสายลมโรยรื่ยและกลิ่นเย็นชื่นของมวลหมู่ไม้

 
บางเย็นย่ำที่นึกฝันถึงวันดีดี
ใต้ร่มคันเดิมที่ปกคลุมเธอและบางใครไว้ด้วยกัน
เสียงฝนหล่นพรำกระเซ็นสายบนผืนผ้า
สองเสียงร้องเพลงประสาน
เป็นท่วงทำนองท่ามกลางสายฝน

 
แต่แล้วมรสุมผิดฤดูกาล
พัดโหมโบกโบย พาเธอลอยล่องไป
ป่ายเปะกลางอากาศราวเข็มทิศที่ไม่อาจบอกทาง
ไปสู่บางดินแดนที่ไม่อาจพบ
ทั้งกลิ่นหอมของดอกไม้และสายลมบริสุทธิ์

 
แต่แล้วมรสุมผิดฤดูกาล
ถั่งโถมเข้าหา สาดซัดเข้าใส่
ร่มคันบอบบางไม่อาจต้านทาน ปลิดปลิวจากไป
นอกเหนือจากร่างกายเปียกปอน
ข้างเธอไม่พบเงาใด

umbrella3

 

=======================================

 

1.
ในที่สุดก็ทริปตะลอนทัวร์โรงหนังก็จบซะที
ปิดท้ายเทศกาลด้วย Seraphine กับ Versailles

serasailles

เรื่องแรก
เป็นชีวประวัติของคุณป้าแม่บ้านนาม Séraphine
ที่ยามว่างหลังจากทำความสะอาดบ้านเสร็จ
ก็จะมานั่งร้องเพลงวาดภาพกลางแสงเทียนด้วยสีหน้าแสนสุข  
คุณป้ามีสมญานามว่า Seraphine de senlis,
la femme qui parle aux arbres, aux anges, et a la sainte vierge
แรงบันดาลใจในการวาดภาพของคุณป้าจึงมีที่มาจากต้นไม้ ก้อนเมฆ และพระแม่มารี
ภาพวาดของคุณป้าก็เลยออกมาในแนวนาอี๊ฟ นาอีฟ (naive)
ส่วนเคล็ดลับในการวาดภาพของคุณป้าก็แสนจะพิเศษ
สีหลอด ๆ แบบที่จิตรกรคนอื่นเค้าใช้กันคุณป้าไม่เคยสน
คนรักธรรมชาติอย่างคุณป้าเลยหาวัตถุดิบเอาจากของใกล้ตัวนี่ล่ะ
อย่างสีแดง-คุณป้าก็เอามาจากเลือดหมู หรือสีดำ-ก็ใช้โคลนริมบึง
โชคดีที่คุณป้าได้เจอ Wilhelm Uhde นักอุปถัมภ์งานศิลปะชาวเยอรมัน
ผู้พาผลงานของคุณป้าออกไปเผยโฉมสู่สายตาคนภายนอก
แต่ก็เป็นโชคร้ายของคุณป้าเหมือนกัน
ที่มีผลงานในช่วง Great Depression (1929)
ภาพสุดท้ายของคุณป้าเลยลงเอยแบบไม่นาอีฟเท่าไหร่

จะไปว่าไปแล้ว
แฝดหลงยุคของคุณป้า Séraphine
คงเป็นคุณป้า Susan Boyle นี่ล่ะนะ 
:D

 

เรื่องหลัง
เด็กชายวัย 5 ขวบที่จู่ ๆ แม่ก็ทิ้งให้อยู่กับชายแปลกหน้าที่เพิ่งรู้จักกันแค่คืนเดียว
ทั้ง ๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องหรือต้องรับผิดชอบอะไรเลย
แต่คุณพี่หนวดเฟิ้มก็รับดูแลเด็กน้อยท่ามกลางสายลมขุนเขาและเหล่า homeless
และนับแต่นั้น
ความแปลกหน้าก็พัฒนาเป็นอะไรบางอย่างที่เหนียวแน่นกว่าความผูกพัน

บางทีคนเราก็ทำอะไรให้คนอื่นอย่างไม่มีเหตุผล
แค่หวังว่าสิ่งที่เราทำ มันจะทำให้ชีวิตพรุ่งนี้ของเค้าดีขึ้นกว่าวันนี้เท่านั้นเอง

เด็กน้อยในเรื่องมอมแมมได้น่ารักมาก
ส่วนพี่หนวดที่เราเพิ่งรู้ทีหลังว่านี่เป็นหนังเรื่องสุดท้ายของเค้า
ขีดความซึ้งของเรื่องเลยกระตุกขึ้นมาอีกขั้นนึง :’)

 

 

2.
เป็นอีกหนที่พบว่า Six Degrees of Seperation มีอยู่จริง
ไม่รู้จะใช้คำไหนจำกัดความว่ารู้สึกยังไงที่เป็นหนึ่งในเส้นโยงใยนั้น
แต่เวลาเราได้ยินเรื่องอะไรแบบนี้แล้ว
มันรู้สึกตื่นเต้นดีจัง
เหมือนแท้จริงแล้ว คนรอบตัวเราก็ไม่ได้ห่างไกลกันนักเลย

 

 

3.
ชอบความรู้สึกตอนได้วางแผนเที่ยวจัง
นี่แค่เที่ยวในฝันยังเพลินขนาดนี้
พอถึงวันจริงไม่รู้จะตื่นเต้นขนาดไหนนะ :]

 

 

4.
พักนี้มีความสุขดีแบบกระมิดกระเมี้ยน
เห็นด้วยกับหวายเลยว่า
 … เท่านี้แหละกำลังดี ไม่ต้องดีต้องแย่ไปกว่านี้หรอก …
แต่วันนี้ขอล้ำหน้าหน่อย
เพราะ “ความรู้สึกพิเศษ” ที่เพิ่งเจอมา
มันทำให้รู้สึกดีจนไม่อยากหลับตา
ไม่อยากพบว่านาทีที่สุขจนล้นปรี่มันพัดผ่านไปแล้วเลย

Advertisements

15 Responses

Subscribe to comments with RSS.

  1. pattararanee said, on กรกฎาคม 2, 2009 at 12:10 pm

    อยากดู เรื่องหลัง จัง

    น่าจะซึ้งดีนะ

    ^___^

    ช่วงนี้ฝนตกบ่อยๆ
    อย่าลืมพกความสุขไว้กับตัวนะคะ

  2. ป.น. said, on กรกฎาคม 2, 2009 at 2:34 pm

    2.
    เป็นอีกหนที่พบว่า Six Degrees of Seperation มีอยู่จริง
    ไม่รู้จะใช้คำไหนจำกัดความว่ารู้สึกยังไงที่เป็นหนึ่งในเส้นโยงใยนั้น
    แต่เวลาเราได้ยินเรื่องอะไรแบบนี้แล้ว
    มันรู้สึกตื่นเต้นดีจัง
    เหมือนแท้จริงแล้ว คนรอบตัวเราก็ไม่ได้ห่างไกลกันนักเลย.

    เราชอบส่วนนี้ที่สุดเลย (:

  3. ขอรบกวนทั้งชุดนอน said, on กรกฎาคม 2, 2009 at 5:01 pm

    การหลงทางก็แบบนี้เอง…
    คือไม่สามรถบอกได้ว่าจะไปพบเจอกับอะไร

    แต่ถ้าเลือกได้ ผมว่าคนเราควรหลงทางเพียงตัวลำพังคนเดียวนะ
    ช่าย มันฟังดูน่ากลัวเอามากๆ หลายคนอาจจะอยากได้แบบมีเพื่อนหลงมากกว่า
    แต่ไหนๆจะหลง + ต้องหลงแล้ว ผมว่าการหลงคนเดียวมันจะได้อะไรกลับมาเยอะกว่า
    (แต่หลายคนอาจจะเถียงว่า หลงคนเดียวก็ไมได้กลับมาแล้วล่ะ 555+)

    การหลงไปเจอสิ่งดีๆใหม่ๆเป็นเรื่องดี ส่วนการหลงทางไปในที่น่ากลัวเพียงลำพัง
    ก็เป็นเรื่องดีไปอีกแบบ เพาะเมื่อหลงไปแบบไม่มีใรข้างกาย
    เราก็อาจจะได้พบเจอคนข้างเคียงใหม่ๆ ได้ง่ายกว่าคอยเกาะกันอยู่กับเพื่อนที่หลงไปด้วยกัน

    แอบหวังว่าภาพที่สาวน้อยในรูปยกมือขึ้นจะเป็นแค่การเกาแก้ม(ไม่ได้ร้องๆไห้)
    เพราะถ้าค่อยๆหลงต่อไปเรื่อย ๆ คาดว่าน่าจะได้พบเจอคนเคียงข้างเอง

    อ่าน 2 เรื่องแล้ว อยากดู Séraphine แฮะ
    ท่าทางจะอาร์ตดี คือดูไปผมก็ไม่เข้าใจหรอก 555+ ไม่มีหัวทางนี้
    แต่ชอบเวลาคนลุกขึ้นมาทำอะไรที่ตนเข้าใจและแน่ใจน่ะครับ

    ปล อะไรคือ Six Degrees of Seperation ครับ?

    ปล2 ช่วงนี้ผมมีความทุกข์ เศร้า เหงา เซ็งก่อตัวชัดเจนและโจ่งแจ้งมากๆ 555+

  4. mangomoment said, on กรกฎาคม 2, 2009 at 6:35 pm

    * พี่เอี้ยง
    จะพกสุขไว้แทนร่มเลยค่า :)

    * ป.น.
    ;)

    * คุณชุดนอน
    Six degrees of separation หรือเรียกอีกอย่างว่า Human Web
    เป็นทฤษฏีสุดแสนโรแมนติก
    ที่อธิบายว่าแท้จริงแล้วคนบนโลกนับพันนับล้าน ล้วนมีความสัมพันธ์ต่อกันไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง
    ผ่านการเชื่อมโยงจากคนหนึ่งไปอีกคนหนึ่งอย่างเป็นทอด ๆ
    โดยไม่เกิน 5 ช่วงสัมพันธ์

    ขอเอาตัวอย่างมาจากบล็อกคุณโอสธี
    ที่เชื่อมโยงว่า เฉินหลง กับ จา พนม มีสายสัมพันธ์ถึงกัน

    “เราก็จะเริ่มต้นว่า
    เฉินหลงเคยแสดงหนังเรื่อง อะราวด์ เดอะ เวิรล์ด อิน เอตตี้เดยส์ ที่มีอาร์โนลด์เป็นดารารับเชิญ
    อาร์โนลด์เคยแสดงหนังเรื่อง โททัลรีคอล กับชารอน สโตน
    ส่วนชารอนก็เคยเล่นเรื่อง ฮีเซด,ชีเซด กับเควิน เบค่อน
    เบค่อนเคยรับบทเป็นผู้คุมจอมโฉดที่ทารุณแบรด พิตต์ในเรื่อง สลีปเปอร์
    แบรด พิตต์เป็นเทพนักรบอิคาลิสในภาพยนตร์เรื่อง ทรอย โดยมีอสูรร่างยักษ์นาธาน โจนส์ร่วมแสดง
    และสุดท้ายนาธาน โจนส์คือคู่ปรับของจาพนม ยีรัมน์ พระเอก ต้มยำกุ้ง
    เพราะฉะนั้นเราจึงเชื่อมโยงสองนักบู๊อย่างเฉินหลงและจาพนมได้
    โดยทั้งสองคนไม่เคยแสดงหนังร่วมกันเลย”

    ฟังดูเจ๋งดีมั้ยล่ะ ;)

  5. jummdcu said, on กรกฎาคม 2, 2009 at 6:58 pm

    ช่วงนี้ไม่ได้ตะลอนดูหนังที่ไหนเลย
    เท่าที่นำเสนอมา
    สำหรับพี่คงสนใจเรื่องความสัมพันธ์ของเด็กน้อย 5 ขวบกับชายแปลกหน้า
    อยากเห็นความน่ารักของเด็กๆ ^^

    ส่วนเรื่องราว “ความสัมพันธ์ผ่านความเชื่อมโยง”
    ฟังดูเจ๋งจริงๆล่ะ
    กำลังนั่งนึกถึง six degree of separation ของตัวเองอยู่เหมือนกัน
    นึกถึงแล้วก็ได้แต่ “ยิ้ม”

  6. มอเอ. said, on กรกฎาคม 3, 2009 at 8:20 am

    น้องอ้อ,,
    สรุปแล้วพี่ก็พลาดทั้งสองเรื่อง T^T
    เนื่องจากรอบฉายไม่สอดคล้องกับจังหวะว่างของชีวิตเลย

    six degree of separation ของพี่มีมาให้ตื่นเต้นเป็นพักๆแหละ บางทีก็แอบนึกในใจ กับคนนี้ไม่สัมพันธืได้ม๊ายยยย 555

    ปล.ว่างๆแพลนทริปดูหนังดิ พี่ยกมือสมัครด้วยคนแรกเลย ถ้าว่างอ่ะนะ

  7. Wa-ii said, on กรกฎาคม 3, 2009 at 12:58 pm

    อื้มมม
    เราก็ชอบ Susan Boyleจังเลย
    อยากได้ป้าน่ารักๆอย่างนี้มาเป็นป้าเนอะ
    จะให้ร้องเพลงกล่อมทู้กวันเลย ^______^”

    ว่าแต่
    เมื่อวานนี้มีอะไรพิเศษเหรอจ๊ะ?
    สังข์ศิลป์ชัยน่ะเหรอ? หึหึหึ
    บ่บ่บ่ บ่เอาน้า 55555

    อยากเที่ยวแล้วเนอะ..
    ตกลง นอนบ้านป้าศรีพรรณช่ายม้าย? ฮิฮิฮิ ^^

  8. pattararanee said, on กรกฎาคม 3, 2009 at 1:59 pm

    ไปเชียงคานเหรอหนู

    ถ้าไม่มีที่พัก
    แนะนำ ร้านขายซาลาเปา ที่อยู่ติดกับ ไอเดียดีดี ก็เป็นที่พัก (ค่าที่พักไม่แพง)

    หรือว่า ถามข้อมูลที่ ไอเดียดีดี ก็ได้น้า ^^
    ดูเหมือนว่าจะมีเบอร์โทร กุ้งหรืออ้น (ร้านไอเดียดีดี) อยู่ในเวบนะคะ

    http://www.idea-deedee.com/

    http://www.idea-deedee.com/board/index.php?topic=4.0

  9. mangomoment said, on กรกฎาคม 3, 2009 at 8:40 pm

    * พี่จุ๋ม
    six degrees ที่ทำให้พี่จุ๋มยิ้มเนี่ย
    มีพี่นิ้วรวมอยู่ในนั้นด้วยป่าวน้อ :D

    * พี่เม
    ตกลงแล้วนะพี่เม
    จัดทริปทัวร์โรงหนังกัน ;)

    * หวาย
    งั้นอ้อขอป้าเซราฟินมาวาดรูปให้ดูทุกวันละกัน :D
    ฮ่วย.. เรื่องนั้นมันทำให้รู้สึกพิเศษได้เรอะ – -*
    ยังไม่แน่ใจเลยหวาย ขอดูลิงค์พี่เอี้ยงประกอบการตัดสินใจก่อนนะ ^^

    * พี่เอี้ยง
    ว้าว ขอบคุณนะคะพี่เอี้ยง ^^
    ไว้สงสัยอะไรก่อนไป จะแว้บไปถามพี่เอี้ยงที่บล็อกนะคะ

  10. ขอรบกวนทั้งชุดนอน said, on กรกฎาคม 3, 2009 at 9:10 pm

    อ๋อ เข้าใจแล้ว Six degrees of separation … … …
    งั้น Six degrees of separation สำหรับผมในเวิร์ดเพรสก็คงจะได้ราวๆว่า…

    1. ผมได้รู้จักกับท่านเอี้ยงพี่ในเครือข่ายต้นไม้ขี้เหงา

    2. แล้วพอวันนึงผมย้ายตามท่านพี่เอี้ยงมาที่นี่ ก็เจอคุณ mongo …จบ…

    งะ ได้แค่ 2 ขั้นเอง เจอเร็วจัง! ไม่ดราม่าเลย! 555+

  11. นวล said, on กรกฎาคม 4, 2009 at 12:00 am

    แวะมาแอบดู…

  12. Wa-ii said, on กรกฎาคม 4, 2009 at 1:07 pm

    มันบอกว่าเพราะเราอยู่ใกล้กว่าอ่ะ ๕๕

  13. it said, on มีนาคม 10, 2010 at 6:01 pm

    หาซือหน้งพวกนี้ได้ที่ไหนเหรอครับ

  14. it said, on มีนาคม 10, 2010 at 6:01 pm

    หาซือหน้งพวกนี้ได้ที่ไหนบ้างครับ

  15. mangomoment said, on มีนาคม 11, 2010 at 1:38 pm

    พอดีเราไปดูในงานเทศกาลน่ะค่ะ
    แต่ถ้าอยากหาแผ่น ก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน ^^”


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: