:: mango

นิรันดร์

Posted in diary by mangomoment on กรกฎาคม 14, 2009

สองวันก่อนออกเดินทาง
ฉันรื้อกล่องรองเท้า มองหาคู่ที่เหมาะที่สุดที่จะเดินทางไปด้วยกัน
ด้านในสุดของตู้มีกล่องสีชมพูที่ถูกเรียงซ้อนไว้อยู่ล่างสุด
ฉันเปิดฝากล่องออก
พบรองเท้าทรงบัลเล่ต์สีกระดำกระด่างซุกตัวอยู่ในนั้นเงียบเงียบ

จำได้ว่า มันเป็นคู่ที่แม่ซื้อให้เมื่อสองปีที่แล้ว
ฉันคิดเสมอว่ามันเป็นรองเท้าที่เกิดมาเพื่อเป็นของฉัน
แค่มองเห็นมันตั้งวางอยู่หน้าร้านก็รู้สึกถูกตาต้องใจ
แล้วยิ่งพบว่ามันมีเพียงแค่สามขนาด – สามสิบเจ็ด สามสิบแปด สามสิบเก้า 
อีกทั้งยังมีเพียงแค่ขนาดละคู่เท่านั้น
บวกกับโรคส่วนตัวที่หารองเท้าถูกใจยาก
ฉันจึงไม่ลังเลเลยที่จะพามันกลับบ้านด้วยกันในเย็นวันนั้น

ตั้งแต่นั้นมา
รองเท้าสีขาวขลิบโบสีดำคู่นั้นก็กลายเป็นรองเท้าคู่ที่ฉันโปรดปรานที่สุด
ไม่ว่าจะไปเรียนหรือไปเที่ยว รองเท้าคู่เดิมคู่นี้ก็ไปไหนมาไหนกับฉันตลอดเวลา

จนกระทั่งในเดือนกรกฏาคมของปีที่แล้ว
พื้นบาง ๆ ของรองเท้าเริ่มหลุดล่อนออก
ยิ่งถูกใช้งานหนักในหน้าฝน
สีขาวของรองเท้ายิ่งกลับกลายเป็นสีกระดำกระด่าง
นานวันเข้า พื้นรองเท้าเริ่มเปิดมากขึ้น
คราบเปื้อนฝนก็ยิ่งเห็นเป็นรอยสกปรกชัดเจนกว่าทุกที
แม่บอกให้ฉันเอามันไปทิ้งได้แล้ว
แต่ฉันยังคงตัดใจไม่ได้ ทิ้งไม่ลง
จึงเก็บมันไว้ในกล่องอย่างเรียบร้อย ซุกไว้ในมุมที่ลึกที่สุดของตู้
พร้อมความหวังเล็ก ๆ ว่า มันคงจะซ่อมแซมได้
และกลับมาเป็นรองเท้าคู่โปรดของฉันอีกครั้ง

DSCF3882

 
วันก่อนออกเดินทาง
ฉันบอกลาใครบางคน
บอกเค้าว่าคงหายหน้าไปซักสองสามวัน
แต่จากคำพูดตอบรับกลับมา
คำบอกลาชั่วคราวของฉัน กลายเป็นคำอำลาอย่างถาวร

ความรักของผู้ชายแบบหว่อง การ์ ไว เป็นเหมือนวงกลม ไม่ใช่เส้นตรง
รักกันไปจนถึงจุดที่กลับมาเป็นแค่คนรู้จัก
ฉันเดินตามเธอเป็นวงกลม
ไม่ว่าจะเดินเร็วมากขึ้นเท่าไหร่ ฉันก็ยังคงมองเห็นแต่แผ่นหลังของเธอเท่านั้น

เส้นโค้งยังรออยู่ตรงหน้า
แต่ฉันตัดสินใจเดินออกมาใช้เส้นทางตรง
… หมดเวลาของเส้นรอบวงเสียที

 
ฉันพารองเท้าคู่ที่เปื้อนไปด้วยคราบน้ำฝนไปซักล้างให้สะอาด
ท่าทางส่ายหัวของคุณป้าคนซ่อมรองเท้าที่ฉันไปหาเมื่อเย็น
บอกให้รู้ว่าอาการหนักแบบนี้ยากเกินแก้ไข
ฉันทำอะไรไม่ได้ นอกจากขัดถูมันให้สะอาดที่สุด
แม้ไม่อาจทำให้ขาวเหมือนใหม่
แต่ก่อนที่จะจากกันไป
ฉันก็อยากเห็นมันอยู่ในสภาพเดิมที่เคยประทับใจมากที่สุด

รองเท้าสีขาวผ่านหลายเรื่องราวจนกลายเป็นสีครีม
รอยแต้มสีน้ำตาลประปรายบ่งบอกอายุการใช้งานอันยาวนาน
ฉันบอกลารองเท้าคู่ที่รักที่สุด, ที่แม้แต่ตอนนี้ก็ยังใช่
ฉันวางมันลงในกล่องอย่างแผ่วเบา ปิดฝาตามไปอย่างเงียบเชียบ
ฉันจะปล่อยให้มันพักผ่อนอย่างยาวนาน
ปล่อยให้รองเท้าคู่โปรดของฉันหลับใหลในความเงียบอันเป็นนิรันดร์
อย่างที่มันควรจะเป็นเช่นนี้มาเนิ่นนาน…



เรื่องของเธอก็เช่นกัน.

DSCF3874

 

 

. กลับมาแล้วจ้ะ
แล้วค่อยเล่าเรื่องเชียงคานให้ฟังมื้อหน้านะ

. ขอโทษด้วยที่ในตอนนั้นเรายังไม่อยากเล่า
เราแค่กลัวว่าถ้าเล่าออกไป มันจะยิ่งทำให้นึกถึง
แล้วคงอดไม่ได้ที่จะเผลอร้องไห้เหมือนคืนนั้น

.Worry, why do I Let myself worry?
Wondering what in the world did I do?
Crazy for thinking that my love could hold you
I’m crazy for trying and crazy for crying
And Crazy for loving you
– Crazy, Lisa Ono

Advertisements

16 Responses

Subscribe to comments with RSS.

  1. มอเอ. said, on กรกฎาคม 14, 2009 at 10:19 pm

    มาเหนื่อยๆ ก็พักก่อน
    ให้ Lisa Ono ขับกล่อม
    (:

  2. PATTARARANEE said, on กรกฎาคม 14, 2009 at 11:28 pm

    ร้องไห้แล้วต้องยิ้มสวยๆ ด้วยนะคะ
    ยิ้มให้รองเท้าคู่นั้นด้วยนะ
    ในฐานะ ความทรงจำที่สวยงาม
    เดี๋ยวก็เช้าแล้วค่ะ

  3. ขอรบกวนทั้งชุดนอน said, on กรกฎาคม 15, 2009 at 8:43 am

    กับเอนทรี่นี้ …รองเท้าคงจะเปรียบได้กับความรักจริงๆ
    (นี่ถ้าคุณอ้อเขียนเอนทรี่นี้ออกมาในแนวโกรธแค้นล่ะก็
    ผมคงช่วยเปรียบว่าผู้ชายเป็นรองเท้าไปแล้ว! 555+)

    พบเจอ ต้องตา ถูกใจ เคียงคู่ มอมแมม และแยกทาง
    ความรักที่จบลงจึงเหมือนรองเท้า มันคือผลิตภัณฑ์ที่มีอายุการใช้งานในเวลาที่จำกัด

    แต่ความรักก็มาเป็นแพ็กเกจแบบนี้เอง คือมีทั้งเศร้าและสุข
    จะเอาแต่สุขมันก็แถมเศร้ามาให้ จะเอาแต่เศร้ามันก็ยึดสุขใส่ถุงมาเผื่อ เลือกอันใดอันนึงไม่ได้จริงๆ
    แต่ข้อดีก็คือ ความรักมันเหมือนรองเท้าจริงๆ คือเวลาซื้อ…เค้าจะให้กล่องมาด้วย…
    ถ้าความรักจบลงอย่างมอมแมม เราก็จะได้สามารถเก็บเอาเฉพาะ “ช่วงเวลาดีๆ” บรรจุกล่องเอาไว้ได้

    บรรจุไว้เพื่อให้เราจดจำว่า ความรักครั้งนี้เคยทำให้เรามีความสุขกับการเดินทางในชีวิตขนาดไหน
    หากแต่ในช่วงเวลาที่เพิ่งจะบรรจุไปหมาดๆ …ก็ไม่ควรเก็บกล่องของความรักไว้ใกล้หัวใจมากเกินไปนัก
    มันอันตรายต่อระบบภูมิคุ้มกันความเหงาน่ะครับ

    ที่ร่ายเห็นด้วยมาตั้งยาวนี่ ไม่ได้มีประเด็นอะไรเลย 555+
    แค่จะบอกว่าชอบการเปรียบเทียบที่คุณหยิบยกมาน่ะครับ
    จำที่ผมเกริ่นว่า “จะบอกว่าผู้ชายเป็นเหมือนรองเท้าได้ไหมครับ”

    อันที่จริงมันก็คงพูดไมได้ว่ามนุษย์นั้นเหมือนรองเท้านะ
    เพราะรองเท้านั้น ในช่วงนี้ชีวิตของมันจะมีคุณค่าได้ก็ต่อเมื่อมันอยู่กันเป็นคู่
    ซึ่งคุ่ที่ว่าต้องเป็นคู่ที่ติดตัวกันมาตั้งแต่เกิด เหมือนคู่แท้อะไรแบบนั้น
    ไปสลับกับคู่อื่นมาคนละข้างก็ไม่ได้ แต่ในขณะเดียวกัมนุษย์นั้น ไม่จำเป็น…

    เราสามารถมีคุณค่าในขณะที่อยู่ตัวคนเดียวก็ได้ นี่คือความแตกต่างระหว่างเรากับรองเท้า
    แต่กลับกัน การที่เราถูกใครสักคนหลงรักและให้คุณค่าที่มากขึ้นไปอีกระดับ…
    ก็ถือว่าเป็นการมีชีวิตที่คุณค่าดีไม่หยอกเหมือนกัน

    หลายต่อหลายคน เมื่อความรักจบลงก็พยายามที่จะลืม ทำลายข้าวของเก่าๆ
    พลางหาวิธีการเอาปากกาลบคำผิดไปป้ายความทรงจำในสมอง
    แต่สำหรับใครที่เข้าใจความรักในแง่มุมที่เป็นจริงกว่านั้น
    มันคงจะเป้นการถูกต้องแล้วที่จะเลือกเก็บความทรงจำนั้นไว้

    เก็บ…เพื่อรักษาเฉพาะช่วงเวลาที่สวยงามไว้ระลึกถึง
    เก็บ…เพื่อใช้เป็นข้อมูลและบทเรียนในคราวหน้าที่ทำการตกหลุมรัก
    เก็บ…เพื่อจะได้ระลึกว่า เราเคยได้พบเจอกันยังไง ผ่านอะไรด้วยกันมาบ้าง และเคยรักกันขนาดไหน

    ความทรงจำของความรักครังเก่าอาจจะไม่สดใสน่าหยิบมาระลึกในบางช่วงอารมณ์ก็จริง
    แต่ผมเห็นด้วยในสิ่งที่คุณอ้อจะทำ ที่คุณอ้อเลือกที่จะเก็บรักษามันไว้
    เพราะกับทุกความรัก ไม่เว้นแม้แต่กับครั้งที่ผ่านไปแล้ว พวกมันสมควรได้รับเกียรตินั้น

    “แต่ก่อนที่จะจากกันไป
    ฉันก็อยากเห็นมันอยู่ในสภาพเดิมที่เคยประทับใจมากที่สุด”
    ^
    ^
    ^
    นี่…น่าจะเป็นวิธีการเก็บรองเท้าคู่เก่าและความรักครั้งก่อนที่โรแมนติกที่สุด
    เท่าที่ผมเคยได้ยินมาในชีวิตเลยครับ

  4. คนขายประกัน said, on กรกฎาคม 15, 2009 at 10:23 am

    this is one of the most strangest love comparison I have ever seen, yet it is so highly original, terribly bittersweet, and quite painful. Just want to tell that it is okay to live with this kind of feeling as long as you don’t let it eat you up.

  5. Wa-ii said, on กรกฎาคม 15, 2009 at 12:58 pm

    ถึงรองเท้าจะไม่อยู่ตรงที่ที่เราอยากให้อยู่แล้ว
    แต่อย่างน้อยความทรงจำตอนที่ได้ใส่มันไปเดินเล่นโน่นนั่นนี่
    ก็ยังอยู่กับเรานะ :]

    anyway, อยากรู้จัก “รองเท้า” คู่นั้นบ้าง :P

    ปล. ตั้งใจอ่านหนังสือเข้าล่ะ
    วันนี้เราว่าจะอ่านloc lit แต่นี่ยังไม่เริ่มเลย

  6. ฝันกลางวัน... said, on กรกฎาคม 15, 2009 at 2:02 pm

    เก็บไว้แต่สิ่งดีๆ เศร้าได้แต่อย่านาน
    กินให้อิ่ม นอนให้หลับ
    แล้วกลับมายิ้มให้ได้อย่างเดิม นะ

  7. บ๊กชิล said, on กรกฎาคม 15, 2009 at 7:49 pm

    เราก็เพิ่งหลุดออกจากวงกลมที่วนเวียน
    ออกมาเดินบนทางสายตรงคนเดียวอีกครั้ง
    แล้วก็พบว่า
    พอเดินไปได้ไกลซักพักหนึ่ง
    ความเศร้าก็ค่อยๆ จางไปค่ะ

    สู้ๆ

  8. dramapixelbew said, on กรกฎาคม 15, 2009 at 7:56 pm

    T T เศร้าจังอ่า ไม่เป็นไรนะคะ เราต้องเดินต่อไป จริงๆตัวเองก็กำลังเศร้าๆอยู่เหมือนกัน เอาเถอะค่ะ อย่างน้อยก็ได้ระบายออกมากับการเขียน คงรู้สึกดีขึ้นเยอะเลย แล้วจะตามมาอ่านบ่อยๆนะคะ ^^

  9. mr-keys said, on กรกฎาคม 15, 2009 at 10:58 pm

    ผมหวังว่า

    ถึงคุณจะเก็บรองเท้าคู่นี้ไว้ในส่วนที่ลึกที่สุดของตู้

    ถึงคุณจะไม่ได้หยิบมันออกมาสวมใส่ แล้วออกไปข้างนอกด้วยกันอีก

    ถึงคุณจะไม่ได้ซ่อมมัน และมันจะไม่สามารถซ่อมแซมได้

    แต่คุณก็คงจะยังคิดถึงมันเสมอ…

    และทุกครั้งที่คิดถึงรองเท้าคู่นี้

    ผมหวังให้ความทรงจำที่ทำให้คุณมีความสุข เอ่อล้นเข้ามาในความรู้สึก

    และแม้บางครั้งจะมีน้ำตา

    ก็หวังให้มันเป็นน้่ำตาที่ไหลด้วยความอิ่มเอิบใจ

    และสุดท้าย

    ผมหวังให้คุณได้ทำในสิ่งที่รัก

    ได้อยู่กับคนที่รัก อย่างมีความสุข

    มีความสุขมากๆนะครับ

  10. areamis said, on กรกฎาคม 16, 2009 at 6:52 am

    ( :

  11. ใหม่ said, on กรกฎาคม 16, 2009 at 9:07 pm

    หนูมาลีถึงมือเราเรียบร้อยแล้วจ้า
    มาพร้อมกันทีเดียวสามฉบับ ชื่นใจ๊ ชื่นใจ ^^

  12. noina said, on กรกฎาคม 16, 2009 at 9:12 pm

    เมื่อรักเรียกท่าน จงตามไปเถิด
    แม้ทางแห่งความรักจะยากลำบากและสูงชัน
    และเมื่อปีกแห่งรักโอบล้อมท่าน จงยอมรับเถิด
    แม้ว่าปีกแห่งรักจะซ่อนสิ่งแหลมคม และมันจะทิ่มแทงท่าน
    จนเป็นบาดแผลเจ็บปวด
    เมื่อรักเอ่ยคำกับท่าน จงเชื่อมันเถิด
    แม้เสียงแห่งรักจะทำลายความฝันของท่าน
    ประหนึ่งลมเหนือพัดสวนงามจนพินาศเป็นผงคลี

    เพราะแม้ยามรักสวมมงกุฎสถาปนาท่านเป็นราชาราชินี
    รักก็จะตรึงกางเขนให้ท่านหลั่งโลหิตทุกข์ทรมาน
    แม้ว่ารักจะทำให้ท่านเติบโต แต่รักก็จะลิดรานกิ่งก้านของท่าน
    แม้เมื่อรักสัมผัสปลายยอดไม้และกิ่งก้านแห่งความสำเร็จของท่าน ที่ปรากฏในแสงตะวัน
    รักก็จะลงไปยังแก่นรากอันลึกที่สุดของท่าน และเขย่าบังคับไม่ให้มันเกาะเกี่ยวอยู่แต่กับแผ่นดิน

    (…)

    หากว่าท่านกลัว และแสวงหาเพียงส่วนที่สนุกสนานและสงบสันติของรัก
    ท่านก็ควรห่มคลุมความเปล่าเปลือยของท่าน
    (และหนีจากลาน)
    ไปสู่โลกอันทึมเทาไร้ฤดูกาล ซึ่งท่านจะหัวเราะได้ แต่ไม่เต็มที่ และจะร้องไห้ได้ แต่ไม่เต็มที่
    รักไม่ให้สิ่งใดนอกจากความรัก และไม่รับสิ่งใดนอกจากความรัก
    ไม่ครอบครอง และไม่ยอมถูกครองครอง
    เพราะความรักเป็นสิ่งสัมบูรณ์ในตัวเอง

    (…)

    และอย่าได้คิดว่า ท่านจะนำทางรักได้
    เพราะรักนั้น หากมันพบว่าท่านมีค่าสมควรแล้ว ก็จะเป็นผู้นำทางท่านเอง

    โดย, พี่ปัน
    http://www.katsandogz.com/onlove.html

  13. บ๊กชิล said, on กรกฎาคม 16, 2009 at 10:33 pm

    ได้สารจากเชียงคานแล้วนะจ๊ะ

    น่ารักมากเลย ^^

  14. jummdcu said, on กรกฎาคม 16, 2009 at 11:34 pm

    มีคนบอกว่า คนมีความสุขคือคนฉลาด
    ขอให้หายเข้า และกลับมาสุขเร็วๆเน้อ

    เรื่องบางเรื่อง
    เวลาจะเยียวยาเราเอง

    Fighting !!

  15. jummdcu said, on กรกฎาคม 16, 2009 at 11:36 pm

    * แก้คำผิด…หายเศร้า

  16. mangomoment said, on กรกฎาคม 17, 2009 at 10:16 pm

    ขอบคุณนะ
    ขอบคุณทุกคนเลย
    ตอนนี้เราพอจะยิ้มกว้าง ๆ ได้แล้วล่ะ
    ^______^


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: