:: mango

Bye Bye Blackbird

Posted in diary by mangomoment on กรกฎาคม 31, 2009

1.
Public Enemies

3 คนนั่งมองภาพการไล่ล่าและโจรกรรมบนจอเดียวกัน
แต่ความคิดที่ไหลวนอยู่อาจไม่เหมือนกัน
เรานึกถึงความรู้สึกธรรมดาสามัญที่ถูกเรียกว่า รัก
โจร ตำรวจ นักโทษ เอฟบีไอ – ต่างก็มีหัวใจ
เราต่างล้วนมีใครซักคนรอคอยให้กลับ ‘บ้าน’
.. ที่หลบภัยอันอบอุ่นตลอดกาล

publicenemies

Pack up all my care and woe,
Here I go,
Singing low,
Bye bye blackbird,
Where somebody waits for me,
Sugar’s sweet, so is she,

Bye bye
Blackbird!

No one here can love or understand me,
Oh, what hard luck stories they all hand me,
Make my bed and light the light,
I’ll be home late tonight,
Blackbird bye bye.

 

 

2.
ในขณะที่ทุกคนออกวิ่ง เรากลับอยู่นิ่งนิ่ง

ได้ฟังความฝันของคนอื่น
มีคนเล่าเรื่องรักให้ฟัง
เห็นใครกำลังเริ่มลงมือทำอะไรบางอย่าง
เหมือนทุกภาพรอบตัวเราถูกกดปุ่ม forward ไปข้างหน้า
มีเพียงเราที่เลือกกดปุ่มเส้นตรงที่ขนานกันในแนวตั้งไว้
ไม่ใช่ว่าไม่อยากไปไหน
แต่ไม่รู้จะไปต่อยังไงมากกว่า

 

 

3.
หิ่งห้อย

เหมือนครีมข้นที่ส่วนผสมทุกอย่างถูกตีรวนเข้ากันจนหมด
ไม่รู้ว่าตอนนี้กำลังจะคิดหรือจะทำอะไร
อะไรคือความเป็นตัวของตัวเอง แบบไหนคือการเล่นตามโจทย์
เส้นแบ่งทุกอย่างเลือนรางไม่ชัดเจน
เริ่มรู้สึกว่าสิ่งที่ฝันกำลังเป็นไปไม่ได้
เหมือนแสงริบหรี่ของหิ่งห้อยที่ถูกขังไว้ในขวดแก้วมานาน

 

“อาจเป็นผมเองที่จำผิด
บางทีหิ่งห้อยอาจจะไม่ได้มีแสงสว่างสดใส
แต่ผมหลงคิดไปเองว่ามันเป็นเช่นนั้น


ผมเปิดฝาขวด
หยิบเอาหิ่งห้อยไปวางบนขอบแท็งก์น้ำที่ยื่นออกมาประมาณ 3 ซม.
ดูเหมือนหิ่งห้อยจะไม่เข้าใจว่ามันอยู่ที่ไหน
หลังจากโซซัดโซเซไปรอบหัวเกลียวหนึ่งครั้ง
มันก็ยืดขาข้างหนึ่งบนเศษสีที่แห้งหลุดอยู่
มันพยายามจะเคลื่อนไปทางขวา แต่เมื่อเจอทางตันมันก็เคลื่อนไปทางซ้าย
มันปีนขึ้นไปบนหัวเกลียวช้า ๆ
และหยุดอยู่ตรงนั้นซักครู่โดยไม่ขยับเขยื้อน
เหมือนตายมากกว่ามีชีวิต…

ครั้งแล้วครั้งเล่า
ผมยื่นมือออกไปหาความมืดมิดนั้น
แต่นิ้วของผมไม่รู้สึกอะไรเลย
เจ้าแสงสว่างเล็ก ๆ ยังคงอยู่ห่างไกลเกินเอื้อมเสมอ

Fire Fly- Haruki Murakami
ปาลิดา พิมพะกร แปล 

 

 
4.
Amarin Book Fair

books

1. โลกในความรับรู้เดียว : สุปรีดี จันทะดี
รวม 19 เรื่องสั้นแบบสั้นสั้น

2. เสียงเล่าเรื่องจากเครื่องฉาย
6 เรื่องสั้นจากอนุสรณ์ ติปยานนท์, ปราบดา หยุ่น, 10 เดซิเบล,
อุทิศ เหมะมูล, กิตติพล สรัคคานนท์ และ ภาณุ ตรัยเวช
ไปงานนี้เพื่อเล่มนี้เลย
แต่ยังคงสงสัยอยู่ว่า ทำไมต้องทำเป็น 2 ภาษาด้วย

3. ในสวนแปลกหน้า : Peter Stamm
เรื่องสั้นหม่นทึมตามสไตล์เยอรมัน
ที่แต่ละตัวละครถูก ‘ม่านบาง’ คลุมไว้
จนไม่อาจมองเห็นความสุข.. แม้ว่ามันกำลังย่างกรายเข้ามา

4. Japan Journal Journey (เจแปน เจอนั่น เจอนี่) : สาลินี
เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยจากเจแปน
อาทิเช่นเมืองไฮกุ  โรงละครกระดาษ รสชาติของการอาบน้ำ
วัฒนธรรมสองล้อ และของเล่นที่นารา

5. ชาติ ศาสนา ซาซิมิ : ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา
ว่าด้วยเรื่องผลกระทบของโลกาภิวัตน์
ที่ส่งผลเชื่อมโยงตั้งแต่สตาร์บัคส์ถึงซูชิ

6. บ้านของคนรัก : นอม วิเศษสิงห์
อันนี้เป็นเล่มแถมตามโปรโมชั่นซื้อครอบ 600 บาทรับฟรี 1 เล่ม
รวมเรื่องสั้นของคนเขียนเดียวกันกับเรื่อง กล่องไปรษณีย์สีแดง

อันนี้นอกเรื่อง
ตอนที่เรายืนเลือกหนังสือแถมชนิดเลือกแล้วเลือกอีกแบบตัดใจไม่ลง
มีคู่รักคู่นึงเถียงกันเพราะเลือกไม่ถูกว่าจะเอาเล่มไหน
หยิบหนังสือแปลมา ผู้หญิงก็บอกไม่ชอบ
หยิบรวมเรื่องสั้นมา ผู้ชายก็บอกอ่านแล้วปวดหัว
สุดท้ายก็ไม่หยิบไปซักเล่ม…
ฮ่วย ถ้าพี่ไม่เอานี่ยกสิทธิ์นั้นให้หนูก็ได้นะ
(แต่ก็ไม่กล้าไปขอเค้าหรอกเน่อ – -”)

 

ใครสนใจเล่มไหนติดต่อได้นะจ๊ะ
ชอบมากเลย เวลามีคนขอยืมหนังสือเนี่ย :)

Advertisements

9 Responses

Subscribe to comments with RSS.

  1. jummdcu said, on กรกฎาคม 31, 2009 at 6:28 pm

    ในบรรดาหกเล่มนี้
    มีไว้ครอบครองเพียงหนึ่งคือ
    ‘บ้านของคนรัก’
    บางเรื่องในนั้นก็มีซีเรียสบ้าง

    เห็นคนที่เขียน ‘บ้านของคนรัก’
    แนะนำหนังสือ ‘ในสวนแปลกหน้า’ เอาไว้
    ยังไม่ได้อ่าน ไม่รู้จะซีเรียสไปมั้ย
    น้องอ้ออ่านแล้วได้ความว่าไง บอกต่อด้วยเน้อ

  2. มอเอ. said, on กรกฎาคม 31, 2009 at 9:43 pm

    อยากยืมเล่มของอภิชาติ เพชรลีลา
    แต่ที่ไปซื้อมาจาก a book fair
    ยังไม่ได้แตะสักเล่ม

    งานเยอะเกิ๊นนนน

  3. is am are said, on กรกฎาคม 31, 2009 at 11:14 pm

    เพิ่งได้เจอคนแปลกมือวางอันดับสอง
    เพราะอันดับหนึ่งคือเรา

    ชอบมากเลย เวลามีคนขอยืมหนังสือเนี่ย :)

    แต่เรามักจะคะยั้นคะยอให้ไป เวลาอ่านเล่มไหนแล้วชอบ
    ท้งที่เค้าก็ไม่ได้อยากจะอ่านซักเท่าไหร่น่ะ
    อยากอ่าน เสียงเล่าเรื่องจากเครื่องฉาย
    เดี๋ยวส่งรักตกร่องไปแลกดีมั้ย?
    หนังก็อยากดู หนังสือก็อยากอ่าน อย่างเดียวที่ไม่มีคือเวลา.

  4. Wa-ii said, on สิงหาคม 2, 2009 at 12:24 am

    ไม่กล้าเขียนถึงเชียงคานเหมือนหวายแล้วด้วย
    T T
    >>> ทำไมวะ ทำไมล่ะ? อ้อนี่ ก็เราไม่ได้ไปที่นั่นส่วนนึงเพื่อเขียนสารคดีหรอกเรอะ
    อาจารย์ก็ให้ไปด้วยกันได้หนิ ไม่เห็นเป็นไรเลยอ้อ
    เขียนไปๆ เดี๋ยวนี้เลยๆ

    พักนี้มีคนเสิร์ชชื่ออ้อในบล็อกบ่อยมาก
    >> แปลว่าไรอ่ะอ้อ งง แต่ฟังๆดูน่ากลัวจัง ><
    มีไรเล่าให้ฟังมั่งๆ ใจเย็นๆน้า
    ละก็รีบๆทำงานซะ เดี๋ยวจะไม่ได้นอนอีก
    เสียสุขภาพน้า

    โอ๋ๆๆ ไม่เอาๆ ไม่เครียดดิที่รัก
    อ้อเก่งอยู่แล้ว ตั้งใจทำเดี๋ยวก็เสร็จ :)

  5. ฝันกลางวัน... said, on สิงหาคม 2, 2009 at 5:13 pm

    “ขาแข็งแรง ฝันแข็งแรง”

    คำอวยพรที่ได้จากเพื่อนหลายๆคน
    เราว่ามันเหมาะกับทุกคน
    ที่มีความฝัน

  6. pattararanee said, on สิงหาคม 2, 2009 at 11:59 pm

    เพิ่งได้ตั้งใจอ่าน
    เพราะไปดูหนังมาแล้ว

    พี่คิดว่าหนังเรื่องนี้เศร้ามากเลยนะ
    ชีวืตจริงๆ ของคนเรา มันเศร้าอย่างนี้เองใช่มั้ย

    ไม่ว่าใคร ก็มีชีวิตบนเส้นทางของตัวเอง
    ทางที่เราเป็นคนเลือกเดิน

    และเราจะอยู่บนเส้นทางนั้น นานเท่าไหร่
    มันก็อยู่ที่เรากำหนดวันจากไป

    “bye bye blackbird”

    เห็นด้วยมั้ยคะน้องอ้อ

  7. mangomoment said, on สิงหาคม 3, 2009 at 2:44 am

    “ขาแข็งแรง ฝันแข็งแรง”
    จะพยายามบำรุงฝันให้แข็งแรงเหมือนขาถึก ๆ ของเรา
    ขอบคุณนะพี่ฝัน :)

    พี่เอี้ยง,
    จริง ๆ อ้อว่าหนังเรื่องนี้น่าเบื่อ ^^”
    แต่ชอบตรงเรื่องรัก ๆ ในเรื่องนี่ล่ะค่ะ
    ทั้งรักคู่ชีวิต ทั้งรักศักดิ์ศรีในอาชีพ (ถึงจะเป็นอาชีพที่หมิ่นเหม่ศีลธรรมไปหน่อย ^^”)
    เมื่อเลือกที่จะเป็นแบบนั้น ก็ต้องเดินต่อไป
    เหมือนที่ในเรื่องบอกว่า จะเดินต่อจนกว่าจะไม่มีทางให้เดิน
    เห็นด้วยกับพี่เอี้ยงนะ :)
    เพลงนี้ เหมาะกับหนังเรื่องนี้มากเลย

  8. is am are said, on สิงหาคม 3, 2009 at 3:45 am

    เอาเปิ๊ดฉะก๊าดไปฝากขายไว้
    แต่คงต้องไปเอากลับแล้วแฮะ
    ดีดี เอาไว้ใช้ไม่ต้องซื้อ 555

  9. oumikaca said, on สิงหาคม 3, 2009 at 2:07 pm

    เจอมาร้ายดียังไง แต่ใจก็ยังต้องการ
    จริงๆนะ สำหรับ..ความรักเนี่ย :)

    บ้านกับครอบครัวนี่ เป็นอะไรที่พูดถึงทีไร
    ก็อบอุ่นได้อยู่เสมอเชียว
    เจออะไรมาร้ายแรงแค่ไหน
    กลับบ้านไป ก็บรรเทาลงได้เยอะ
    สายตาที่ห่วงใย
    อ้อมกอดบางๆ จากครอบครั้วนี่ เป็นอะไรที่ต่ชีวิตได้เยอะเชียวค่ะ

    ได้อ่านความคิดของพี่แมงโก้
    ก็ได้แง่คิดและลืมความเศร้าได้อีกแล้ว
    มาเขียนบ่อยๆนะคะ
    ชอบมากๆเลย

    จะรออ่านความลั้ลลาในครั้งต่อไปค่ะ :D

    อยากอ่านในสวนแปลกหน้าจัง
    สงสัยต้องลองไปหาดูซะแล้ว XD

    ปล. เอ กลิ่นเชียงคานถูกส่งมารึยังนะ
    รออยู่นะคะเนี่ย ;)


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: