:: mango

something silly stupid

Posted in mind by mangomoment on สิงหาคม 21, 2009

I’m used to waking up at 2 a.m.

พยายามตั้งเข็มนาฬิกามารอบแล้วรอบเล่า
แต่สุดท้ายมันก็เลือกที่จะกลับไปเดินแบบเดิม
ไม่รู้ว่าผูกใจเจ็บอะไรกับเลข 2
เลยต้องมาสูดกลิ่นความเงียบ มองหน้าฟ้ามืด ๆ
ในช่วงเวลาเดียวกันนี้ติดต่อกันมากว่าสัปดาห์แล้ว

 

lostintranslationpic
Charlotte: I just don’t know what I’m supposed to be.
Bob: You’ll figure that out. The more you know who you are, and what you want, the less you let things upset you.

 

มีคนบอกว่า ชีวิตไม่ใช่ทางเลือก ไม่จำเป็นต้องมีซ้ายหรือขวา
แต่บางทางแยกก็ไม่ใจดีให้เรากลับไปหาเส้นทางที่ไม่ได้เลือก
คนขี้ลังเลแบบเราเลยยังคงรู้สึกไม่พอใจตลอดเวลากับทางที่เดินอยู่
มีคนบอกว่า ให้อยู่กับปัจจุบัน
แต่บางเรื่องยังวิ่งตามมาหลอกหลอนอยู่ทุกวัน
และนักวิ่งที่ไม่แกร่งพออย่างเราก็ยังไม่พร้อมจะหันหน้าไปสู้กับมันซักที

ใน Honey & Clover
โมริตะทำหน้าไม่เข้าใจว่าทำไมทาเคโมโตะต้องออกไป ‘ค้นหาตัวเอง’
เค้าคงไม่รู้ว่า คนที่ไม่รู้จักตัวเอง มันลำบากทรมานแค่ไหน
ไม่รู้ว่าสิ่งที่เลือก สิ่งที่เป็นอยู่ มันถูกต้อง มันดีแล้วรึเปล่า
ถึงมันจะเป็นสิ่งที่เราชอบ
แต่ก็ไม่มีอะไรมาช่วยยืนยันได้เลยว่าเราจะเดินทางนี้ต่อไปได้ไกลแค่ไหน
หยุดเดินก็ไม่ได้
ก้าวต่อก็ไปไม่ถูก
ไม่ชอบตัวเองที่เป็นแบบนี้เลย
แต่ก็ไม่รู้จะจัดการกับความรู้สึกพวกนี้ยังไงดี

 

 

I’m used to waking up at 2 a.m.
and doing something silly stupid

 …

ทุกคืน
ตื่นมานั่งนิ่งนิ่ง มองเพดาน อ่านหนังสือ ตัดกระดาษ วาดรูป
เขียนข้อความบางอย่างให้คนที่อยากส่งถึง แต่ก็ไม่กล้า
ฝันบ้าบ้าโดยไม่ต้องหลับตา เล่านิทานหลอกตัวเอง ให้แต่ละชั่วโมงผ่านพ้นไปไวไว
เมื่อไหร่ที่ได้ยินนกตัวแรกส่งเสียงร้อง กับเข็มนาฬิกาที่บอกเวลา 6 โมงเช้า
เมื่อนั้นคือสัญญาณหมดเวลา กวักมือเรียกให้กลับไปดำเนินชีวิตแบบเดิมเดิม

 

 

ไม่ได้เศร้านะ
แค่อัดแน่นไปด้วยความรู้สึกที่หาคำนิยามไม่ได้ เท่านั้นเอง.

Advertisements

14 Responses

Subscribe to comments with RSS.

  1. mangomoment said, on สิงหาคม 21, 2009 at 6:12 pm

    เหมือนเขียนแต่เรื่องทำนองนี้ติดกันมาหลายอันแล้วแฮะ

    สัญญา สัญญา
    คราวหน้าจะไม่เป็นแบบนี้แล้ว

  2. มอเอ. said, on สิงหาคม 21, 2009 at 10:02 pm

    มันเป็นเรื่องของความรู้สึกล้วนๆ

  3. is am are said, on สิงหาคม 22, 2009 at 1:59 am

    เราแค่อยากรู้ว่า
    ตอนจบสองคนนี้มันกระซิบอะไรกัน?
    อยากรู้แค่นั้นจริงจริง

    เรื่องความรู้สึก อีกเดี๋ยวมันก็เป็นแค่ความรู้สึก
    สู้เค้า น้องเอ้ย.

  4. ใหม่ said, on สิงหาคม 22, 2009 at 8:47 am

    T_T

  5. ขอรบกวนทั้งชุดนอน said, on สิงหาคม 22, 2009 at 11:39 am

    You’ll figure that out.
    The more you know who you are, and what you want,
    the less you let things upset you.

    โดยส่วนตัวแล้วผมชอบประโยคมาตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้ดูหนังเรื่องนี้เลยครับ
    ชอบที่มันฟังดูรูปธรรมที่ชัดเจนดี
    ทั้งๆที่แท้จริงแล้วมันโคตรจะเป็นนามธรรมที่จะแสนจะลางเลือน

    อารมณ์อยู่ราวตี 2 หรือลืมตาสว่างยันเช้านั้น ผมนี่ถือว่าเป็นประจำครับ
    ทุกวันนี้ผมก็นั่งๆนอนๆทำโน้นทำนี่ถึงตี 2 ทุกวันอยู่แล้ว
    ยกเว้นว่าวันไหนอารมณ์ความสงสัยในชีวิตพุ่งสูงหน่อย ก็อาจจะอยู่ยันเช้าได้

    คุณอ้อคิดว่า…การรู้จักตัวเองนั้นมันเป็นความอยากรู้หรือเปล่าครับ?
    คือมันเป็นความอยากรู้ที่ถ้ายังไม่รู้ก็จะพาลหงุดหงิดเอาได้
    แล้วก็จะทำให้รู้สึกสับสนเหมือนที่คุณอ้อว่าไว้ในเอนทรี่นี้(เขียนได้เหงาดีเหลือเกิน)

    ไม่ได้เศร้านะ แต่อ่านแล้วมันเหงา
    เพราะการค้นหาตัวเองมันยืมมือหรือปรึกษาคนอื่นได้ยากเอามากๆ…

    ข้อดีก็คือ…สำหรับผมแล้วเจ้าอารมณ์อยากรู้จักตัวเอง
    อยากที่แน่ใจในตัวเอง รวมถึงอยากจะมั่นใจในหนทางที่ก้าวเดินต่อไปนี้นั้น
    …มันจะนานๆมาที…

    ออกแนวๆ วันไหนรู้สึกอยากเข้าใจชีวิต มันจะมา
    หรือวันไหนจิตตกๆหน่อย มันก็มา 555+

    ผมชอบให้มันมานะ มันน่ารำคาญก็จริง แต่ก็สนุกดีเวลาทีได้ขบคิดมัน
    ถึงมันจะชวนสับสนและยิ่งคิดไม่ออกเราก็จะยิ่งใช้ชีวิตผิดพลาด
    จนมีเรื่องตามมาให้หลอกหลอนเยอะขึ้นทุกวันก็ตามที
    ผมว่า “ความสนุก” ที่ได้ขบคิดถึงมันนั้น เป็นความสวยงามแบบนึงเลยนะ

    “แค่อัดแน่นไปด้วยความรู้สึกที่หาคำนิยามไม่ได้ เท่านั้นเอง.”
    ^
    ^
    ^
    บางทีเราอาจจะไม่ต้องตีความหมายหรือค้นหาตัวเองให้เจอก็ได้ครับ
    แค่วันไหนว่างๆ จิตตกๆ หรือรู้สึกอยากโรแมนติกและละเลียดกับชีวิต
    ก็ลองนั่งคิดหานิยามของความรู้สึกนี้ดู

    ผมว่าถ้าเราสามารถรู้สึกสนุกกับความคลุมเครือ ไม่แน่นอน
    และไร้ทิศทางบอกใบ้ของชีวิตได้…the less you let things upset you. นะครับ

  6. Wa-ii said, on สิงหาคม 22, 2009 at 4:02 pm

    สัญญา สัญญา
    คราวหน้าจะไม่เป็นแบบนี้แล้ว

    >> ไม่เห็นเป็นไรเลย
    ก็พื้นที่ส่วนตัวของเรา ก็มีเอาไว้เขียนความรู้สึกของเรานี่นะ
    แล้วความรู้สึกมันห้ามได้ที่ไหน เวลาแบบนี้จะให้มาเขียนเรื่องสนุกๆก็ใช่ที่

    อย่าตื่นตีสองอีกเลยอ้อ เพราะว่า

    .

    .

    .

    ตีสองเป็นเวลาที่เฮี้ยนที่สุด!!!!! ๕๕๕๕๕๕
    seriously! :(

    งั้นนอนยาวๆเถอะ
    เก็บแรงไว้เรียนหนังสือ แล้วก็

    ไม่ว่าอ้อจะเดินทางไหน เราจะเดินไปเป็นเพื่อนนะ :)

  7. ฝันกลางวัน... said, on สิงหาคม 23, 2009 at 5:38 pm

    ห้ามนกไม่ให้บิน ห้ามคนไม่ให้รู้สึก
    นี่มันยากพอๆกันเลยนะ

  8. mangomoment said, on สิงหาคม 24, 2009 at 8:39 am

    >> มอเอ.
    //พยักหน้าหงึกหงัก

    >> is am are
    ลองเสิร์ชว่า lost in translation whisper ดูนะพี่ปิ๊ก
    เหมือนอ้อเคยเจอมาว่า บิล เมอร์เร่ย์ กระซิบเป็นตัวย่อ ตามนี้
    C.U. = Close Up
    CONT’D = continued
    INT. = Internal
    P.O.V. = Point of View

    >> ใหม่
    ยิ้มได้แล้ว
    เตรียมตัวไปขายของกันดีกว่า :)

    >> ขอรบกวนทั้งชุดนอน
    – ตอนที่กลับมาดูเรื่องนี้ใหม่
    ประโยคนี้มันกระแทกโคตร ๆ เลย
    – แต่เราอยากหลับนอนให้มันเป็นระบบกว่านี้น่ะ
    ตื่นตี 2 ทีไร ง่วงตอนบ่ายทุกที แล้วตอนบ่ายก็มักต้องมีอะไรสำคัญ ๆ ให้ทำซะด้วย
    – ใช่ เราอยากรู้จักตัวเองให้มากกว่านี้
    จะได้รู้สึกมั่นคง มั่นใจ ขึ้นมาอีกหน่อยว่าสิ่งที่เราทำ มันถูกแล้ว
    – คุณชุดนอน, เราจะบอกว่า
    เราชอบอ่านคอมเม้นของคุณที่สุดเลยล่ะ :)
    ขอบคุณนะ

    >> Wa-ii
    – บางที มันรู้สึกเกรงใจคนอ่านอ่ะหวาย
    แล้วก็ไม่อยากเขียนเรื่องซึม ๆ เก็บไว้เยอะนักด้วย
    อีกอย่าง ตอนย้อนกลับไปอ่านหน้า ‘และเธอก็เศร้า’ นี่เขียนแทบจะคล้ายหน้านี้เลย
    ก็เลยคิดว่า นี่เราชักจะหมกมุ่นกับอารมณ์แบบนี้เกินไปแล้ว
    – หวาย, อย่ามาสร้างกระแส!
    จะตีไหน ๆ ห้องเราก็เรียบร้อย ปลอดภัยดีเว้ย
    – ขอบคุณ ที่อยู่เป็นเพื่อนเราตลอดเวลาและตลอดมา
    เลิฟยู เลิฟยู ><

    >> ฝันกลางวัน…
    อ่านที่พี่ฝันเม้นแล้วนึกถึงโคลงบทนึงที่ว่า
    "ห้ามเพลิงไว้อย่าให้ มีควัน … ห้ามสุริยแสงจันทร์ ส่องไซร้"
    (นึกถึงอะไรได้แก่มาก :D)

  9. dramapixelbew said, on สิงหาคม 24, 2009 at 10:46 am

    I’m used to waking up at 2 a.m.
    and doing something silly stupid———-บิวเองก็เป็นบ่อยเลยแฮะ 555
    ..ว่าแต่ เขียนเรื่องแนวๆนี้ติดกันจริงๆด้วย อย่าซึมบ่อย ลองหาหนังสนุกๆ หรือออกไปเดินเล่น มองเรื่องตลกในโลกนี้ดูบ้างสิ ยิ้มๆสู้ๆนะคะ :))

  10. mangomoment said, on สิงหาคม 24, 2009 at 12:27 pm

    แหะ แหะ
    ตอนนี้ก็เบิกบานขึ้นมาในระดับนึงแล้วจ้ะ :)

  11. pattararanee said, on สิงหาคม 24, 2009 at 8:12 pm

    น้องอ้อก็เป็น ‘สาวหวาน’ นะคะ
    เขียนเรื่องหวานๆ มั่งก็ได้ค่ะ

    อย่าตื่นกลางดึกเลยค่ะ
    มันเหนื่อย
    โดยเฉพาะ ‘ใจ’

    ^.^

    ปล. ถึงน้องหวาย เป็นเพื่อนที่น่ารักๆ ของเพื่อนต่อไปนะคะ ^O^ “หนูน่ารักดี พี่ว่านะ”

  12. mangomoment said, on สิงหาคม 25, 2009 at 4:07 am

    เป็นสาวอ้วนมากกว่านี่สิพี่เอี้ยง
    ในเมล์ที่พี่เอี้ยงส่งมาให้ แขนนี่ล่ำมาแต่ไกลเลยเชียว T T

    555+
    พี่เอี้ยงพูดแบบนี้ หวายเหลิงแย่เลย

  13. somoka said, on กันยายน 20, 2009 at 5:10 pm

    การค้นหาตัวเองมันเป็นเรื่องยากจริงๆค่ะ ไม่เจอกับตัวนี่ไม่รู้เลย เป็นกำลังใจให้นะคะ

  14. mangomoment said, on กันยายน 21, 2009 at 10:28 pm

    ถึงมันจะยาก แต่เราจะยายาม
    ขอบคุณนะคะ :)


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: