:: mango

กำลังอ่าน ‘ความสุข’

Posted in diary by mangomoment on พฤศจิกายน 12, 2009

หนังสือเล่มที่ติดตัวไปไหนมาไหนตลอดสัปดาห์นี้
คือหนังสือของคุณเอื้อ อัญชลี ที่มีชื่อว่า ‘ความสุข’
ฟังชื่อหนังสือแล้วมีความสุข
อ่านแล้วก็มีความสุข 

happiness

นอกจากสีบนปกและตัวหนังสือที่ทำให้มีความสุข
ฉันอ่านพบความสุขแทรกซึมประปรายอยู่ทุกหนแห่ง 
ฉันพบความสุข
แม้วันนี้ไม่ได้เป็นวันศุกร์

 

ความสุขหมายเลข 1
ฉันอ่านพบความสุขในอากาศ ฉันตั้งชื่อความสุขนี้ว่า
“ฉันนอนอยู่บนเยลลี่สีแดงเหี่ยว เคี้ยวพระอาทิตย์”

ฉันกำลังนึกเคืองคุณลม
น่างอนมั้ยล่ะ พัดมาให้หนาวแค่ประเดี๋ยว
หยิบเสื้อหนาวมาสวมเดี๋ยวเดียวก็จากไปซะแล้ว

ฉันกำลังนึกเคืองคุณพระอาทิตย์เช่นกัน 
คนอะไรกันหนอ ช่างส่องแสงแรงร้อนได้ทุกฤดูกาล
เพลางานลงบ้างก็ได้นะคุณขา
ประเดี๋ยวเถอะ จะจับคุณไปทำเยลลี่สีแดงเด้งดึ๋ง เด้งดึ๋ง
แล้วอย่ามาทำปั้นปึ่งหน้าบึ้ง
เพราะฉันจะจ้วงกินคุณจนตัวอ้วนบวมฉึ่ง
งั่ม งั่ม งั่ม

redjelly

 

 

ความสุขหมายเลข 2
ฉันอ่านพบความสุขบนหลังคา ฉันตั้งชื่อความสุขนี้ว่า
“แมวลายลายตัวนั้น ฉันเห็นมันซุกซนเหลือทน”

cats

มุมมองแมวจากหน้าต่างออฟฟิศฟิ้ว
ลูกแมวแสนซนสองตัวไม่มีไหมพรมให้กลิ้งเล่น
ไม่มีสนามหญ้าให้กระโดดหย็องแหย็งไปมา
มีเพียงหลังคาลื่นปรื๊ดด้วยน้ำฝนให้เล่นไล่จับกันอยู่บนนั้น 
ทุลักทุเลไปหน่อย
แต่เราเดาว่าเธอทั้งสองกำลังมีความสุข

 

cats2
 
ส่วนนี่คือแม่แมวจอมห่วงและจอมหวง
เธอส่งสายตาดุดุมาหาฉัน
โถ โถ โถ ฉันไม่ทำอะไรลูกสาวของเธอหรอกนะ
แค่ขอกะลิ้มกะเหลี่ยด้วยสายตาเท่านั้นเอง

 

ความสุขหมายเลข 3
ฉันอ่านพบความสุขในช็อกโกแลต ฉันตั้งชื่อความสุขนี้ว่า
“You are Sweeter than Sweets”

choco1

choco2

รสชาติหวานหวานที่ซึมซ่านอยู่ทั่วปาก
เจือด้วยรสชาติขมขมที่ละลายแตะแต้มอยู่ปลายลิ้น
ของหวานหวานมักยั่วยวนฉันอยู่เสมอ
แต่ทุกครั้งก็เหมือนมีสัญญาณเตือนว่าอย่าถลำลึกมากเกินไป

ในจดหมาย ในโปสการ์ด ในถ้อยคำของบางคนก็เช่นกัน
ตอนนี้ฉันอ่านพบแต่เพียงความหวาน
และฉันแอบหวังว่าความหวานเหล่านั้น
คงไม่มีรสชาติเหมือนช็อกโกแลต

 

ความสุขหมายเลข 4
ฉันอ่านพบความสุขในโรงละครพระจันทร์เสี้ยว ฉันตั้งชื่อความสุขนี้ว่า
“เด็กชายนักปลูกต้นไม้กับผู้ใหญ่นักปลูกความฝัน”

ฉันไม่ใช่นักดูละครเวที
แต่จากประสบการณ์การดูละครเวทีทั้งหมดที่ผ่านมา
นี่คือละครเรื่องแรกที่ฉันพูดได้เต็มปากว่า ‘น่ารักที่สุดในโลก’

tistou1

tistou2

tistou3

tistou4

หุ่นที่ชักเชิดด้วยปลายนิ้วของพี่ ๆ กลุ่มแกะดำดำ
ฉากหลังที่เล่นกับเงา
เสียงดนตรีประกอบน่ารักสไตล์ Studio Ghibli
และเรื่องราวของหนูน้อยติสตูที่แม้เรียนหนังสือไม่เก่ง
หากแต่มีนิ้วหัวแม่มือพิเศษที่สามารถปลูกต้นไม้ให้เขียวครึ้มไปทั้งเมือง

จากสายตาที่ฉันเห็น,
ทั้งหมดนี้รวมกันเป็นรอยยิ้มกว้างกว้างจากผู้ชม
รวมถึงเสียงหัวเราะคิกคักจากเด็กตัวเล็กตัวน้อย
และสำหรับผู้ชมคนหนึ่ง
ละครเรื่องนี้ได้ยืนยันบางความฝันของผู้ชมละครคนนั้นอีกครั้ง..

ขอบคุณภาพประกอบจากใหม่ และคุณวิบวับ
และขอบคุณทีมงานทุกคนที่สร้างละครน่ารัก ๆ แบบนี้ :)

tistou6

 

แล้วเธอล่ะ
อ่านพบความสุขซ่อนตัวอยู่ที่ไหนกันบ้าง :)

Advertisements
Tagged with:

17 Responses

Subscribe to comments with RSS.

  1. is am are said, on พฤศจิกายน 12, 2009 at 10:22 pm

    อยากก๊อปปี้ ‘ผมเรียกมันว่าความสุข’ จากบล็อกมาลง แต่กลัวความคิดเห็นจะยาวเกินคุณชุดนอน
    ความสุขอยู่ที่ตามอง ความสุขอยู่ที่ใจรู้สึก
    ว่ากันว่าไม่มีเครื่องมือชั่งตวงความสุขว่าความสุขของใครมีจำนวนมากกว่าใคร
    แต่มีคนบอกว่าให้สังเกตความสุขจากรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ
    แล้วกับคนที่ไม่ค่อยยิ้ม หรือนานนานจะหัวเราะสักทีล่ะ
    จะเรียกเขาว่าพวกไม่มีความสุขได้หรือ

    ความสุขของกะทิไม่เหมือนกับความสุขของเรา
    และหญิงสาวผู้หวาดกลัวความสุขก็ไม่ได้ทำให้เราหวาดกลัวความสุขตามเมื่อปิดหนังสือลง

    ความสุขของบางคนอาจมีเพียงแค่นั่งฟังเสียงฝนกล่นกระทบหลังคา
    ขึ้นชื่อว่าความสุข ถ้าเราเชื่อว่ามันไม่ยั่งยืนเฉกเช่นเดียวกับความทุกข์
    สุขก็สุขให้พอ ทุกข์ก็ทุกข์ให้จำ.

    เด็กชายนักเขียนจดหมายกำลังฟังเด็กหญิงเล่านิทานอย่างมีความสุข

  2. คนขายประกัน said, on พฤศจิกายน 12, 2009 at 11:11 pm

    แอร๊ย อิจฉาคนมี ค สุข 5555

  3. shachou said, on พฤศจิกายน 13, 2009 at 1:06 am

    สงสัยช่วงนี้ mangomoment คงกำลังมีความสุขกับสิ่งรอบตัว ยินดีด้วย ^^

    แต่อย่าไปยึดติดกับมันมากนะ ใจที่ฟูฟ่องมากๆ มันก็เหนื่อยเหมือนกัน :)

  4. มอเอ. said, on พฤศจิกายน 13, 2009 at 9:10 am

    ตาร้อนผ่าวววว..

    ของพี่ขอ “นิดนึงพอ”

  5. ฝันกลางวัน... said, on พฤศจิกายน 13, 2009 at 1:14 pm

    ความสุขคืออะไร ??
    ควาสุขคือการแบ่งปัน

    คนเราเกิดมาทำไม ???
    คนเราเกิดมาเพื่อมีความสุข ^^

  6. loveseatstudio said, on พฤศจิกายน 13, 2009 at 2:46 pm

    อยากกินเยลลี่พระอาทิตย์
    คงอุ่นๆ หวานแสบไส้.. หอมๆ

  7. jummdcu said, on พฤศจิกายน 13, 2009 at 3:04 pm

    มุมมอง “ความสุข” ของตัวเองที่คิดได้ตอนนี้

    – ความสุขไม่ใช่เรื่องถาวร มีสุขวันนี้ วันหน้าก็ทุกข์ได้
    – เวลาสุขกลายเป็นทุกข์จะรู้สึกทุกข์มาก เวลาทุกข์กลายเป็นสุขจะรู้สึกสุขมาก
    – แม้ว่าจะบอกกับตัวเองให้มีความสุขระหว่างทาง แต่เราควรมองไปที่ปลายทางเป็นระยะๆ จะได้รู้ว่าจุดหมายยังอยู่ไกลเพียงใด
    – อย่ามีความสุขโดยอิงจากความรู้สึกที่ผู้อื่นมอบให้/บอกกล่าว เพราะบางทีมันอาจไม่จีรัง
    – พยายามอย่าเป็นโรค “ติดสุข’ เพราะมันรักษายาก
    – อย่ามีความสุขบนความทุกข์ของคนอื่น
    – ความสุขสร้างง่ายและก็ถูกทำลายง่ายเช่นกัน
    – สุขของเราทำให้คนอื่นเป็นทุกข์ก็ได้ อย่าทำให้คนอื่นเป็นสุขแล้วเราต้องทุกข์(กาย/ใจ)อยู่ตลอดเวลา
    – บางทีเราก็มีความสุขง่ายๆจากการ “นิ่ง’
    – อย่าหลอกตัวเองรวมทั้งคนอื่นว่าเรากำลังมีความสุข เพราะแววตาเราจะฟ้องว่า เราไม่ได้มีความสุขที่แท้จริง
    – ฯลฯ

    ถ้าตอนนี้อ้อมีความสุขอยู่ก็ขอให้สุขเต็มที่นะ
    แต่อย่าลืมเผื่อใจไว้สำหรับคงวามทุกข์เอาไว้ด้วย
    ในทุกๆเรื่อง
    ทั้งเรื่องเรียน/เรื่องรัก/เรื่องงาน/เรื่องคน+สิ่งรอบข้าง/ฯลฯ

  8. ใหม่ said, on พฤศจิกายน 13, 2009 at 8:12 pm

    ^^

    วันหลังไปหาความสุขด้วยกันอีกนะ

  9. pattararanee said, on พฤศจิกายน 13, 2009 at 10:37 pm

    โอย
    เป็นความสุขที่น่าบริโภคจริงๆ เลยค่ะ

    แอบอิจฉาเล็กๆ
    เพราะช่วงนี้ งานพี่เยอะและยุ่ง เหลือหลาย

    ตอนนี้เลยต้อง
    กินความสุขชิ้นจ้อยเท่าที่จะหาได้ไปก่อน
    ^^

    โอย
    อ่านแล้ว หิว ความสุขเลยค่ะหนู

  10. เดือนฟ้า said, on พฤศจิกายน 13, 2009 at 11:31 pm

    ความสุขดีๆทั้งนั้นเลยนะ :)

  11. คิ้วหนา said, on พฤศจิกายน 15, 2009 at 10:04 am

    ความสุขของเรา…เท่ากับความทุกข์น้อยๆ
    ปล. อยากตามไปดูความสุขหมายเลข 4 บ้างจัง :)

  12. Wa-ii said, on พฤศจิกายน 15, 2009 at 10:33 am

    งื้อออ อยากดูติสตูบ้าง บ้าง บ้าง
    พลาด พลาด พลาด ><!!

    ปล. ที่รักไปไหนทำไมไม่รับโทรศัพท์หนู~!!!! TT

  13. ขอรบกวนทั้งชุดนอน said, on พฤศจิกายน 16, 2009 at 10:00 pm

    อ้อยังจำหนังสือที่เราพูดถึงตอนคุยกันใน msn ได้ไหม?
    หนังสือเล่มที่ผมบอกว่า ภาพประกอบของหนังสือเล่มนั้นสวยดีน่ะ
    ตอนนี้ผมหยิบหนังสืเล่มนั้นติดมือกลับบ้านแล้วครับ

    ชื่อคนเขียนก็ไม่รู้จักหรอก
    ชื่อหนังสือยังไม่ได้อ่านด้วยซ้ำมั้ง
    แต่หยิบมาเพราะรูปประกอบเขาสวยจริงๆ

    หนังสือเล่มนั้นชื่อว่า “HAPPY BOOK”
    โดย อัครมุนี วรรณประไพ
    ส่วนคนวาดภาพประกอบคือ ธิยะ จุตโต

    นั่นทำให้ในตอนนี้ผมมีหนังสือที่บอกเล่าถึงวิธีการพยายามมีความสุขกับชีวิตอยุ่ในครอบครอง(และกำลังถูกดอง)เอาไว้แล้วรวม 2 เล่ม อีกเล่มคือ “อาจารย์ในร้านคุกกี้” ของนิ้วกลม หนังสือ 2 เล่มนั้นคล้ายๆกัน คือเขียนถึงวิธีการปฏิบัติทั้งทางเรี่ยวแรงร่างกาย การมองเห็นในแง่ดี และการปรุงแต่งจิตใจให้เรามีความสุข

    บางทีก็ยุให้เราลองทำแบบนั้นแบบนี้ บางบทก็ชวนให้เรามองสิ่งเลวร้ายในแง่มุมอื่น บางครั้งก็แนะว่าเราสามารถทำใจร่มๆแล้วพอเพียงไปแบบเงียบๆบ้างก็ได้นะ ถึงตอนนี้ผมอ่านไปเล่มละครึ่งเล่มได้ แต่ไม่ยักจะรู้สึกมีความสุขมากขึ้น หรือค้นพบว่าเราจะต้องไปทำอะไรถึงจะมีความสุขมากขึ้นกว่านี้…

    โดยไม่เกี่ยวกับการที่ว่าผมหัวขี้เลี่อยเลยเรียนรู้ช้า(หรืออาจจะเกี่ยวนิดๆ)
    แต่ที่ผมไม่รู้สึกว่าคำแนะนำในหนังสือมันได้ผล
    อาจเพราะคนเรานั้นรับรูมองหาความสุขกันในคนละแง่คนละมุม

    สำหรับผม วิธีการในหนังสือ 2เล่มนั้นอาจจะไม่ถูกจริตในการมองหาความสุขของผมนัก (แต่วิธีของพวกเขานั้นก็ถือว่าเข้าท่า ช่างคิด และดูดีเอามากๆ) เหมือนๆกับพระอาทิตย์ไม่ค่อยจะได้รับเครดิตเวลาผมมีควมสุขนัก แมวก็อีกไม่เคยมีความสุขใดในชีวิตที่มีแมวมาเกี่ยวข้องเลย (มีนิดๆตอนเตะแมวกระเด็น สะใจดี…ล้อเล่นครับ ไม่เคยเตะนะ มีแต่เอาขาไปเขี่ยๆเกาพุงมัน) ตอนหม่ำเค้กอาจจะมสุขนะ แต่เจอหุ่นเชิดแบบนี้ไม่ไหว ผมกลัว ตุ๊กตาผู้หญิงทุกชนิดและหุ้นที่มีผิวใสๆนี่ มันเหมือนมีผีสิงสำหรับผม

    บางทีผมกับคุณอ้ออาจจะมีแนวทางในการหาความสุขต่างกัน
    คนเราอาจจะมีความสุขพื้นฐานเหมือนๆกัน (เช่นมีเงิน มีรถก็สุข)
    แต่ความสุขแบบลึกๆที่สุขมากๆอาจจะไม่ใกล้เคียงกันนัก

    ซึ่งสิ่งนึงที่ผมได้เรียนรู้จากหนังสือ 2 เล่มนั้น
    ก็คือการพยายามไปตามหาความสุขตามแบบฉบับของคนอื่นนั้น
    มันไม่มีความสุขเอาเสียเลย เผลอๆ(หรืออาจจะแม้แต่ตอนที่เรามีสติอยู่)
    มันอาจจะเป็นความทุกข์อีกต่างหาก เพราะพอลองทำตามวิธีเขาแล้ว
    ดันไม่พบความสุขแบบเขา เราจะเซ็งหนัก เพราะเหนื่อยฟรีไม่เจออะไรเลย

    แต่สิ่งนึงที่ผมได้เรียนรู้วันนี้คือ ถ้าผมกับคุณอ้อนั้นมีแนวทางความสุขเหมือนกันนิดๆ “แบบเหมือนกันชนิด 1 ใน 4” (คือชอบของเค้กเหมือนกัน) ดังนั้นบางทีหนังสือความสุขของคุณเอื้อ(ที่คุณอ้อชอบ)อาจจะมีบางส่วนหรืออย่างน้อยๆสักบท ที่ช่วยเพิ่มช่องทางในการสร้างความสุขให้ผมบ้างก็ได้

    เอาไว้ผมจะลองไปหาอ่านดูนะครับ
    เผื่อว่าจะพบลู่ทางมองฟ้าแล้วมีความสุข
    ไม่ต้องทำร้ายมันก็สนุกกับแมวได้ (ตกลงแกเคยเตะจริงๆไหม)
    และอ่านจบแล้วพบวิธีที่จะชื่นชอบการแสดงหุ่นผีสิงกับเค้าบ้าง…

    ป.ล. ผมเดาว่าการที่แม่แมวกลัวคุณจะไปทำร้ายลูกมันนั้น อาจจะเกิดจากการที่มันเคยเห็นตอนคุณอ้อกำลังกะลิ้มกะเหลี่ยขนมเค้ก(ด้วยปาก)มาก็ได้นะครับ มันเลยหวาดกลัวว่าคุณจะไปกะลิ้มกะเหลี่ยลูกมันแบบนั้น!! 555+

  14. lulla said, on พฤศจิกายน 17, 2009 at 10:10 am

    ความสุขหมายเลข5
    เกิดเมื่อได้ฟังเรื่องของความสุขจากคนที่กำลังมีความสุข :))

  15. dramapixelbew said, on พฤศจิกายน 18, 2009 at 9:42 am

    น้องแมวนี่ทำให้เราเจอความสุขได้ทุกทีเลย แค่เห็นก็อมยิ้มแล้ว ><

  16. Wa-ii said, on พฤศจิกายน 20, 2009 at 9:34 pm

    555
    เสน่ห์จ้ะเสน่ห์
    คำยืม (ข.) รึป่าว? :P

    ขอบคุณนะแม่สาวปรู๊ฟส่วนตัว 5555

  17. แทงบอลออนไลน์ said, on มกราคม 5, 2010 at 3:13 pm

    ความสุขจริงๆ


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: