:: mango

Kiarostami

Posted in film by mangomoment on พฤษภาคม 29, 2010

หนังบางเรื่องดูจบก็คือจบ
แต่บางเรื่อง ต่อให้เดินออกจากโรงแล้ว
ก็เหมือนบรรยากาศในหนังจะยังวนเวียนอยู่รอบตัวเรา
เหมือนที่หนังบางเรื่องประสบความสำเร็จในการสร้างความอึมครึมรอบตัวเราได้เป็นอาทิตย์
บางเรื่องทำให้จิตตก บางเรื่องทำให้เบิกบาน
ไม่น่าเชื่อเลยนะว่า แค่ภาพบนจอเพียงไม่กี่ชั่วโมง
จะมีผลต่ออารมณ์ความรู้สึกของคนดูขนาดนั้น

..
แน่นอนว่า
เรายังไม่เคยดูหนังของคุณ  Abbas Kiarostami แม้แต่เรื่องเดียว
แต่จากบทสัมภาษณ์อันนี้ ทำให้เรานึกอยากหาหนังของลุงมาดูทันทีเชียว

ขอบคุณที่มาของคลิปนี้จากคุณ @warong
ใครอยากดูแบบเต็มคลิกเข้าไป ที่นี่ เลยจ้ะ
ตอนท้าย ๆ คุณ Kiarostami ยังพูดเกี่ยวกับเรื่อง reality and illusion ไว้ได้ดีมากเลยล่ะ

.

ลองนึกเล่น ๆ ถึงหนังที่เรารู้สึกว่า ‘หนังจบอารมณ์ไม่จบ’ สักห้าเรื่อง
ผลลัพธ์ออกมาเป็นแบบนี้
Tokyo Sonata, Still Walking, Zozo, Kite Runner, Atonement, Pan’s Labyrinth
มาเทียบกันหน่อยดีมั้ยว่าผลออกมาเหมือนหรือต่างกันยังไงบ้าง :)

Advertisements

6 Responses

Subscribe to comments with RSS.

  1. ขอรบกวนทั้งชุดนอน said, on พฤษภาคม 30, 2010 at 12:56 am

    เมื่อก่อนที่ยังไม่รู้ ผมชอบที่จะดูหนังก่อนนอน ทั้งเพื่อพักผ่อน ผ่อนคลาย หรือทลายเวลาว่างก็ตาม ผลที่ได้รับรู้คือ หนังทำให้เรานอนไม่หลับได้เหมือนกัน ทางวิทยาศาสตร์บอกว่า เราไม่ควรดูหนังที่ตื่นเต้น หนังผี หรือหนังที่ทำให้เลือดสูบฉีดก่อนเข้านอน เพราะจะทำให้ตื่นตัวและหลับยาก

    แต่คนดูหนังคงรู้กันดีว่า ไม่ต้องหนังตื่นเต้นก็ได้
    แค่หนังดีก็ทำเอาเราเสียสุขภาพ(อดนอน) และหมกมุ่นอยู๋กับมันไปได้หลายวันแล้ว

    ไม่เคยดูหนังของผู้กำกับคนนี้แฮะ
    แต่ในความคิดแล้ว หนังดีคืมี 2 แบบ แบบแรกคือหนังที่สนุกในแง่ใดแง่หนึ่ง นับกันทั้งในแง่ที่หนังจงใจนำเสนอและแง่ที่เราบังเอิญคิดว่าหนังมันสนุกดี อันนี้มองในมุมที่หนังเป็นความบังเทิงนะ ส่วนหนังดีในอีกมุมนึงนั้นไม่ใช่หนังที่ทำให้เราอารมณ์ค้างหรือนอนไม่กลับ แต่เป็นหนังที่เปลี่ยนความเชื่อ ทัศนคติ หรือชีวิต …ไม่ใช่แค่เปลี่ยนไปชั่วครู่นะแต่เปลี่ยนแบบถาวรเลย นับทั้งหนังที่บอกเล่าเรื่องราวใหม่ๆของโลกและเปลี่ยนแปลงเรื่องที่เราเคยเชื่อไปโดยสิ้นเชิง

    ป.ล. ย้ายบ้านกลับเวิร์ดเพรสแล้ว ที่เวิร์ดเพรสนี่…เหมือนที่หลบภัยสำหรับผมเลย มีอะไรไม่ดีมาพอหลบที่นี่แล้วรู้สึกว่า “ความรู้สึกของตัวเอง” ปลอดภัยจากการถูกทำร้าย

  2. mangomoment said, on พฤษภาคม 30, 2010 at 3:16 am

    พี่ชุดน้อนนน
    ดีใจจัง ได้อ่านคอมเมนต์ยาว ๆ อีกครั้ง 555
    แต่อ้อยังไม่เคยเจอนะ หนังที่ทำให้เปลี่ยนตัวเองได้ขนาดนั้น
    ส่วนมากก็แค่ตึง ๆ หนึบ ๆ ไปพักนึงมากกว่า

    อ้อติดหนี้พี่อยู่อ่ะ :(
    จะรีบทยอยส่งไปให้โดยด่วนเลยนะคะ

  3. ขอรบกวนทั้งชุดนอน said, on พฤษภาคม 30, 2010 at 12:43 pm

    อ่าว ดูหนังมาเยอะแยะ ไม่เคยเจอเลยเหรอ หนังแบบที่พอดูจบแล้วทำให้เรามองสิ่งรอบตัว เรื่องราว หรือเหตุการณ์อะไรสักอย่างเปลี่ยนไป ต้องมีบ้างสิ ขึ้นอยู่ที่ว่าสิ่งที่เปลี่ยนไปมันสำคัญกับชีวิตมากน้อยหรือเปล่าเท่านั้น

    ถ้าเรื่องที่เปลี่ยนเป็นเรื่องที่สำคัญมากๆ หนังก็ยิ่งล้ำค่าขึ้นตามไปด้วย

    ป.ล. “หนี้” หมายถึงติดค้างกัน แต่อ้อไม่ได้ติดหนี้พี่ แค่พี่ขอความช่วยเหลือไปแล้วอ้อยังไม่สะดวกจะช่วยเหลือเท่านั้น คนขอความช่วยเหลืออย่างพี่ยังไม่รีบ แล้วคนให้ความช่วยเหลืออย่างอ้อจะรีบไปทำไม?

  4. noina said, on พฤษภาคม 30, 2010 at 2:48 pm

    เหมือนเกมแพ้คนไม่แพ้รึเปล่าจ๊ะ? :P ฮา

    สำหรับเรานะคะ;
    The Cell + The Fall – ดูแล้วอึ้งกับความสวยงามแบบหลุดโลกติดตาไปนาน, โดยเฉพาะฉากที่ม้าโดนแบ่งนั่น อูววว คิดได้ (คิดถึงผลงานหั่นๆ ของ damien hirst ขึ้นมาทันใด)

    The Cove – เผอิญเราเป็นนักดำน้ำ และเผอิญเป็นพวกสีเขียว ^^”

    Princess Mononoke – ดูหลายรอบแล้ว กี่ทีกี่ครั้งก็ยังไม่เบื่อและรู้สึกทึ่งได้ทุกรอบที่ดู

    Finding Nemo – โอเค, เหมือนจะเป็นของสำหรับเด็ก แต่มันฟาดลงไปในใจเราเลยนะ

    Mirrormask – สวย, ดูกี่ทีไม่เบื่อเหมือนกัน แถมเป็นผลงานของ neil gaiman + dave mckean ด้วย

    Eternal Sunshine of the Spotless Mind – :]

    The Last Unicorn – เป็นการ์ตูนที่ได้ดูเมื่อเด็กและจำอะไรเกี่ยวกับมันไม่ได้เลย นอกจากเป็นภาพเลือนรางว่ามียูนิคอร์น มีผู้หญิงสาว มีปราสาทริมทะเล และฉากที่ยูนิคอร์นนับพันท่วมท้นขึ้นมาจากทะเล แต่ภาพเลือนๆ เหล่านี้หลอกหลอนเราจนเราต้องแสวงหาคำตอบมาให้ได้ว่ามันคือเรื่องอะไรกันแน่

    ยังมีอีกแน่ๆ แต่นึกไม่ออก >_<

    ปล.
    คิดถึงเม้นต์คุณชุดนอนเหมือนกันค่ะ :]

  5. mamahugme said, on พฤษภาคม 30, 2010 at 9:25 pm

    หนังจบอารมณ์ไม่จบนี่ แค่ห้าคงไม่พอ
    เออ ..อ้อไปดู A Brand New Life มายัง

    ปล. คิดถึงคอมเมนต์ยาวๆของคุณชุดนอนด้วยคนค่ะ

  6. mangomoment said, on มิถุนายน 3, 2010 at 1:42 am

    @พี่ชุดนอน
    ส่วนมาก สำหรับอ้อหนังสือมากกว่านะที่ทำให้รู้สึกแบบนั้น
    ยิ่งพี่พูดแบบนี้ อ้อก็ยิ่งรู้สึกผิดแฮะ

    @คุณน้อยหน่า
    – ใช่ๆ เราลืม The Fall ไปได้ยังไงเนี่ย
    จำได้ว่าตอนดูนี่อึ้งกับภาพอลังการมาก
    แล้วก็หดหู่กับความรู้สึกของพระเอกไปด้วย
    น้องหนูที่ตกจากชั้นวางของนั่น ก็ยังจำได้ไม่ลืมเหมือนกัน

    – พูดถึง Princess Mononoke แล้วก็ต้องนึกถึง ghibli สินะ
    จุดที่เราชอบ ghibli มากก็เพราะหนังของเค้าหลายเรื่องเกี่ยวกับธรรมชาตินี่ล่ะ

    – Eternal Sunshine of the Spotless Mind
    เราชอบไอเดียของหนังเรื่องนี้
    อยากให้เทคโนโลยีก้าวไปถึงขั้นนี้ไว ๆ :D
    รู้สึกว่ามีความทรงจำอยากลบทิ้งเยอะมาก
    แต่ใครจะรู้ ถึงตอนนั้นเราจะเสียดาย จนไม่อยากลืมเรื่องอะไรเลยก็ได้

    @พี่เม
    ยังไม่ได้ดูเลยค่ะ ดีเหรอพี่เม?
    อยู่ต่างจังหวัด เรื่องดูหนังในโรงนี่ต้องโบกมือบ๊ายบายเลยค่ะ – -”


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: