:: mango

they keep saying time will heal, but the pain just gets more real

Posted in diary by mangomoment on เมษายน 22, 2011

พักนี้เวลาเดินสวนใครต่อใคร
อยากเข้าไปถามเค้าจริงๆ ว่า ‘เวลาเศร้ามากๆ พวกคุณทำยังไง’
นั่งกอดเข่าอยู่ตรงมุมห้อง?
กรีดร้องโหยหวน?
ขว้างปาข้าวของ?
รื้อทึ้งทุกอย่างที่ขวางหน้า?
ซุกหน้าลงกับหมอนแล้วร้องไห้จนสาแก่ใจ?
ต่อยกำแพง เตะต้นไม้?
อาบน้ำให้ฝักบัวรดหัวจนนิ้วซีด ตัวเปื่อย?
ฟังเพลงทึมๆ จนดิ่งลงถึงก้นหลุม?
ปิดไฟ ปิดทีวี อยู่เงียบๆ อย่าให้ได้ยินเสียงใดๆ ?

แล้วถ้าลองจนหมดทุกวิธีก็ยังหาทางออกไม่ได้
ความรู้สึกตื้อตันจะระบายออกทางไหนได้อีก?

กลับมานึกถึงพี่ปิ๊กถี่และบ่อยอีกแล้ว
อาจเพราะเพิ่งครบรอบ 1 ปีที่พี่ปิ๊กไม่อยู่
อาจเพราะช่วงนี้มีคนพูดถึง
รู้สึกแปลกและไม่ยุติธรรมเลย
เพราะในความรับรู้ของเรา พี่ปิ๊กไม่อยู่ตั้งนานแล้ว
แต่ในความรับรู้ของพวกเค้า พี่ปิ๊กเพิ่งจากไปไม่นานมานี้เอง

.

p’pick hands; writing about us

.
รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นอีนังบ้า
เดือนก่อนหน้าเรามีความสุขเสียจนน่าหมั่นไส้
สุขเสียจนบางครั้งก็ลืมนึกถึงพี่ปิ๊กไป
จากที่เคยไปทำบุญบ่อยๆ ก็หยุด
บันทึก โปสการ์ด ก็ไม่หยิบมาอ่านบ่อยเหมือนแต่ก่อน
วันที่ 7 เมษา ครบรอบ 1 ปี
ตั้งใจว่าจะเขียน 100 ข้อถึงพี่ปิ๊ก ขึ้นต้นเสียดิบดี…

.
พอเช้าวันนี้เดินทางมาถึง
นอกจากนั่งนิ่ง ๆ หมดเปลืองเวลาให้แก่ความคิดถึง
หาเพลงที่พอเข้าเค้าอารมณ์
แล้วหลังจากนั้น 100 ข้อที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้
ก็ถะถั่งพร่างพรูออกมาเร็วแรงยิ่งกว่าสายน้ำไหล

1. วัชรากร (ปิคนิค)
2. 21 กรกฏาคม
3. เด็กขี้แงที่เมื่อถูกใครอุ้มแล้วจะหยุดร้องไห้
4. ชอบกินกับข้าวมากกว่าชอบกินข้าว
5. ติดกินหวาน จนบางทีมีแอบโรยน้ำตาลใส่ข้าว
6. แฟนตัวจริงของ Nick Hornby
7. แน่นอนว่าหนังเรื่องโปรดเลยเป็น High Fidelity
8. รักทะเล แต่ไม่ค่อยได้ไป
9. ไม่เคยเจอใครขี้เหงาได้เท่านี้มาก่อน
10. ขยันโรแมนติก
11. ขี้ใจน้อย
12. นักเขียนจดหมาย นักเขียนโปสการ์ด
13. ‘เมื่อผมใช้กุญแจซอลไขความรัก’
14. ‘เรื่องรักฤดูฝน’
15. ‘เอาลิ้นเขามาใส่ลิ้นเรา’
16. สะสมกระดาษ แผ่นพับนู่นนี่นั่น
17. โฟลเดอร์ภาพถ่ายรูปตัวเลขที่พบเจอตามรายทาง
18. เคยชอบใส่เสื้อยืด
19. แต่เปลี่ยนมาใส่เชิ้ตเพราะอยากเอาใจ
20. อยากเลียนแบบ Hugh Grant ใน Notting Hill ด้วย
21. พร้อมกันนั้นก็เปลี่ยนมาใส่เดฟ
22. กระชากวัยจริงนะลุง
23. หมวกประจำตัว
24. หอศิลป์
25. คอนเสิร์ต
26. ประชาคม ลุนาชัย
27. เรื่องสั้นที่เขียนไม่เสร็จ
28. แซนวิช
29. หนังไก่ทอด และของมันๆ ทั้งหลาย
30. แพ้แอร์ (เจอทีไรหลับใส่ตลอด)
31. แพ้เด็ก
32. แพ้ภาพครอบครัวสุขสันต์
33. อ่านหนังสือเร็วมาก
34. เป็ด
35. …

.

หลังจากนั้นก็นิ่งไปเป็นครึ่งชม. ไม่ได้เขียนอะไรต่อ
บ้าเอ๊ย! ทุกอย่างละลายหายไปหมดแล้วรึไง
ให้คนอื่นเขียนถึงคงได้มากกว่า
งี่เง่าสิ้นดี แบบนี้ไม่เรียกว่ารักหรอก

ขอโทษนะพี่ปิ๊ก.

.

.

Sometimes your world just ends
It changes everything you’ve been
And all that’s left to be
Is empty, broken, lonely, hoping

I’m supposed to be strong
I’m supposed to find a way to carry on
And I don’t wanna feel better
And I don’t wanna not remember,
I will always see your face
In the shadows of this haunted place
I will laugh, I will cry, shake my fist at the sky
But I will not say goodbye

They keep saying time will heal
But the pain just gets more real
The sun comes up each day
Finds me waiting, fading, hating, praying,

If I can keep on holding on
Maybe I can keep my heart from knowing that you’re gone
And I don’t wanna feel better
I don’t wanna not remember
I will always see your face
In the shadows of this haunted place
I will laugh, I will cry, shake my fist at the sky
But I will not say goodbye

I will curse, I will pray, I will re-live everyday
I will show through the blame
I’ll shout out your name
I will laugh, I will cry, shake my fist at the sky
But I will not say
Will not say goodbye
I will not say goodbye
I will not say…

Advertisements

8 Responses

Subscribe to comments with RSS.

  1. kaninnit said, on เมษายน 22, 2011 at 9:10 am

    ความโศกเศร้า สุดท้ายมันก็จะผ่านไปเอง (เหมือนกันช่วงเดือนที่แล้ว)…

    แล้วมันก็จะวนมาใหม่ สลับกันไป เหมือนชีวิตคนเรา สุขทุกข์ อยู่ด้วยกัน

    ขอให้อยู่เป็นเพื่อนกับความเศร้านี้ให้ได้ครับ ที่สำคัญขอให้มีสติแล้วกัน :)

  2. Jeabb said, on เมษายน 23, 2011 at 11:52 pm

    บางความรู้สึกมันก็ถ่ายทอดออกมาเป็นตัวอักษรไม่ได้หรอก
    รักไม่รักไม่ได้วัดกันด้วยปริมาณของตัวอักษร

    ….

    แค่รู้สึกก็พอนะ

    ปล.ใน 34 ข้อของน้อง หลายๆ ข้อตรงกับที่พี่นึกถึงชายหนุ่มชื่อปิ๊กเลยหล่ะ

  3. noina said, on เมษายน 25, 2011 at 10:24 am

    พี่เป็นโรคกลัวความสุข

    พอมีความสุขมาก,
    ในเรื่องเดียวกันก็จะเสียใจมาก

    หลังๆ เลยพยายามสุขให้พอประมาณ
    ทุกข์ให้น้อยหน่อย,
    จะได้สบายยาวๆ

    quote ตัวเองมาตอบจะน่าเกลียดมั้ยอ่ะ,
    “she asked,
    how did you eventually get over it?

    i said,
    i don’t.
    i just get used to the pain.”

  4. ขอรบกวนทั้งชุดนอน said, on เมษายน 25, 2011 at 5:02 pm

    เดาเอา…ว่าคุณปิ๊กคงจะเสียใจ ถ้าได้รู้ว่าเขาเป็นตัวการทำให้ความสุข(ชนิดสุดลิ่มทิ่มประตู)ของอ้อต้องสะดุดจบลง

    เดาต่อ… พี่ไม่เคยตาย เลยไม่แน่ใจนักว่า คนที่จากไปแล้วเขาจะอยากให้คนที่ยังอยู่คิดถึงเขาด้วยความรู้สึกแบบไหน จะอยากให้ทิ้งความสุขต้องหยุดมาสักกะตายในทุกครั้งที่คิดถึงไหม หรืออยากจะให้มีความสุขไปตามปกติโดยแอบจินตนาการไปด้วยว่า ถ้าเขายังอยู่จะมีส่วนร่วมแชร์ไปด้วยได้อย่างไร ในเรื่องนี้พี่เดาว่าเป็นอย่างหลัง และภาวนาอยากจะรอบรู้มากพอที่จะเดาถูก

    เพราะถ้าเดาผิด คนที่ยังอยู่คงน่าสงสารไม่น้อย ส่วนคนที่จากไปก็คงจะเป็นคนที่ใจร้ายมากพอสมควร

    เดาไม่ถูก… เลยว่า 1 ปีที่ผ่านมาอ้อเป็นอย่างไรบ้าง ใน 365 วันเหล่านั้น เราอาจทำอะไรมากเป็นพันๆ อย่าง แต่ไม่ใช่ว่าทุกอย่างที่ทำจะเป็นอะไรใหม่ๆ มันอาจเป็นอะไรที่เราทำซ้ำๆ ทุกวันจนถ้าจะจับมาเขียนให้ได้ 100 ข้อ อาจจะมีกิจกรรมซ้ำกันมากจนเขียนได้ไม่ครบ

    ไม่จำเป็นต้องกดดันตัวเองกับการเขียนถึงพี่เขาให้ครบ 100 ข้อหรอก ไม่จำเป็นต้องล้วงลึกไปในความทรงจำเพื่อหยิบมันออกมาให้เยอะตามจำนวนที่เราต้องการ ระหว่างที่พี่เขายังอยู่ มันอาจจะมีหลายหมื่นพันกิจจรรม การกระทำ และอารมณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น จนอ้อคิดว่าแค่หยิบมา 100 อันคงไม่ยาก แต่พอทำไม่ได้ก็เลยรู้สึกว่าเรารักเขาน้อยลงกว่าที่เราคิดหรือเปล่า?

    เปล่าหรอก มันไม่ได้หายไปไหนเลย หลายหมื่นพันสิ่งเกี่ยวกับพี่ปิ๊กยังคงอยู่ในใจอ้อ เพียงแต่มันแค่ซ้ำๆ กันไปมา จนอาจมีจริงๆ แค่ไม่กี่ข้อให้ได้เขียน อันที่จริงในเชิงความสัมพันธ์ ควรจะมีแค่ข้อเดียวที่มันน่าจะเกิดซ้ำๆ จนอ้อไม่น่าลืมที่หยิบยกมาเขียน

    ข้อนั้นคือ ในทุกวันที่อยู่ด้วยกัน พี่ปิ๊กแสดงออกเสมอว่าเขารักอ้อมากขนาดไหน

    ใน 34 ข้อที่อ้อเขียนมา ยังไม่มีข้อนี้เลย พออ้อลืมไปว่าพี่เขารักอ้อมากแค่ไหน ก็เลยพาลลืมไปด้วยว่า เวลาผู้ชายเขารักใคร เขาไม่อยากเห็นคนรักของตนร้องไห้ เศร้าใจ หรือหยุดมีความสุขเพราะเขาหรอก

    โดยไม่ต้องเดา พี่โคตรแน่ใจว่า คนที่จากไปเขาคงไม่สนว่าเขาเคยมีนิสัยอย่างไร แต่น่าจะแคร์มากกว่าว่าในช่วงที่ยังอยู่ เขาได้รักใครสักคนมากพอหรือยัง และใครคนนั้นจะยังจดจำความรักของเขาได้ไหม

    สำหรับผู้ชายโรแมนติดแบบพี่เขา การเกิดมาแล้วไม่มีผู้หญิงคนไหนจดจำความรักเขาได้ จัดได้ว่าเป็นการเสียชาติเกิดขั้นรุนแรง

    ส่วนความรักที่อ้อมีต่อพี่เขา มันไม่ได้ลดน้อยถอยลงเพียงเพราะอ้อมีความสุขกับชีวิต หรือไม่ยอมนั่งซึมทุกวินาทีไปจนจบชีวิตหรอก แต่มันจะน้อยลง ถ้าทุกครั้งที่อ้อคิดถึงพี่เขาแล้วรู้สึกเต็มไปด้วยความทุกข์ต่างหาก เพราะนั่นหมายความว่า ความรักของเขาหมดอายุ คิดถึงแล้วอารมร์บูด และทุกสิ่งที่พี่เขาเคยได้ทำ ไม่สามารถมอบความสุขให้ในยามที่อ้อหวนกลับไปคิดถึงมันได้อีกต่อไป

    อย่าปล่อยให้ความรักของพี่เขาเน่าเสียกลายเป็นพิษ แล้วความรักที่อ้อมีต่อพี่เขาก็จะถูกถนอมไปพร้อมๆ กัน

  5. เจ้าหญิงน้ำแข็ง said, on เมษายน 28, 2011 at 6:09 pm

    ความจริง…
    เราไม่รู้จักพี่ปิ๊ก…
    และยังไม่ได้รู้จักน้องอ้อดีนัก…

    แต่เราเชื่อว่าพี่ปิ๊กคงดีใจที่ได้เห็นน้องอ้อมีความสุข…
    และก้าวเดินต่อไปอย่างกล้าหาญ…

    ในสายตาของเรา…น้องอ้อไม่เคยลืมพี่ปิ๊ก…
    สิ่งที่น้องอ้อเป็น น้องอ้อทำ น้องอ้อคิดในวันนี้…
    พี่ปิ๊กมีส่วนทำให้มันเกิดขึ้น…
    น้องอ้ออาจไม่รู้ตัว…
    พี่ปิ๊กเป็นส่วนหนึ่งในตัวน้องอ้อไปแล้ว…
    เราว่าสิ่งนี้มันลึกซึ้งกว่าการนึกถึงเรื่องราวเกี่ยวกับตัวเขาอีกนะ…

    ให้เราเขียนเกี่ยวกับคนรักของเราในตอนนี้..
    เรารักเขาออก…
    แต่เขียนได้ไม่ถึงร้อยข้อเหมือนกัน…
    อาจจะไม่ถึงสิบด้วยซ้ำ… :)

  6. mamahugme said, on พฤษภาคม 7, 2011 at 12:12 am

    ไม่รู้ว่ะอ้อ
    พี่ว่าสำหรับปิ๊ก
    ไม่ว่าจะนึกถึงแค่ไหนยังไง
    แต่มันมาจากคนที่เรารัก
    ปิ๊กมันก็ดีใจแทบบ้าแล้ว

  7. mafee said, on พฤษภาคม 9, 2011 at 12:46 am

    คงไม่เมนท์อะไรมาก เพราะคำตอบมีอยู่แล้วทั้งข้างบนนี้และในที่อื่นๆ
    ชีวิตดำเนินต่อไปค่ะ

    ปล. เวลาฉันเศร้ามาก ๆ ฉันอ่านนิยายน้ำเน่าหรือเรื่องนักสืบค่ะ เอาตัวเองออกจากโลกของความเป็นจริงชั่วคราว พอกลับมาอีกที ธรรมชาติก็ฟื้นคืนพลังให้เรากลับไปสู้กับอะไร ๆ ได้แล้ว เป็นกำลังใจให้นะคะ ;)

  8. mangomoment said, on พฤษภาคม 13, 2011 at 10:15 pm

    ทุกคน,
    อีกครั้งแล้วล่ะที่เราต้องพูด ขอบคุณ ขอบคุณ และขอบคุณ
    เวลามีเรื่องแบบนี้ทีไร
    คำพูดของทุกคนที่นี่ช่วยเราได้เสมอ, ทุกครั้งเลย

    ขอบคุณทุกคนมากนะคะ
    จะไม่หม่นแบบนี้บ่อยๆ อีก :))


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: