:: mango

ชั้นสอง บ้านเลขที่ 28/98

Posted in diary by mangomoment on มกราคม 12, 2012

บ้านทาวน์เฮ้าส์สามชั้นหลังที่สองฝั่งซ้ายมือของซอย
บ้านหลังที่สร้างความสับสนให้ผู้มาเยือนเสมอ เพราะเลขที่บ้านที่แปะอยู่ตรงรั้วกับหน้าประตูไม่ตรงกัน
ชั้นล่างของบ้านออกจะมืดสักหน่อย ใช้เก็บ ‘ของจำเป็น’ เต็มไปหมด
มีครัวเล็กๆ พอให้ชงกาแฟ ต้มมาม่า นั่งกินข้าวดูทีวีได้
พอขึ้นบันไดมา จะเจอหน้าต่างกว้างที่ทัศนียภาพถูกบดบังด้วยเหล็กดัดนิดหน่อย
แต่มีแสงแดดสาดส่องผ่านช่องโปร่งของม่านลูกไม้เข้ามาในห้องตลอดวัน
พื้นไม้เหนียวหนึบ ไม่รู้ด้วยเพราะขนม น้ำหวาน หรือขี้ตีน
เครื่องปรับอากาศไม่ทำงานนานแล้ว
มีแค่คุณพัดลมบนเพดานผู้ทำงานหนักตลอดวันยันรุ่งเช้า

โต๊ะสี่ตัวหันหน้าเข้าหากัน
มีแอปเปิ้ลสองเครื่องเป็นฐานประจำตำแหน่งของพี่บุ๋มกับพี่บัว
ส่วนอีกสองเครื่อง(ไม่)เป็นสับปะรด เป็นของฉันกับพี่เกด
โต๊ะของฉันเคยอยู่ข้างโทรศัพท์กับปี๊บขนม
แต่ด้วยความไม่สะดวกของพี่เกด เราเลยต้องสลับตำแหน่งโต๊ะทำงานกันนิดหน่อย
โต๊ะของฉันกระเถิบมาอยู่ข้างชั้นลอย
มันเป็นตำแหน่งที่ดีเชียวล่ะ เพราะพอมีแขกไปใครมาฉันก็แอบมองลอดจากตรงนี้ได้ด้วย

ยังมีโต๊ะอีกตัวหันหน้าออกทางหน้าต่าง
มันเป็นโต๊ะตัวใหญ่ที่สุดในห้อง แต่ก็เต็มไปด้วยของระเกะระกะที่สุดในห้อง
มันเป็นโต๊ะที่พี่บัวบอกว่า ขอสงวนเอาไว้ใช้ทำงานฝีมือ
ข้าวของทุกอย่างที่พอจะนึกได้เลยพากันยกทัพมาตั้งหลักแหล่งอยู่ที่นี่ทั้งหมด
วิธีใช้งานตัวโต๊ะนี้คือให้เปล่งเสียงเรียกชื่อ แล้วของสิ่งนั้นก็จะเดินออกมาหาคนเรียกเอง

โต๊ะอีกตัวตั้งชิดผนัง ทีแรกพี่ดิ๋งจะใช้เป็นโต๊ะของตัวเอง
แต่ไปๆ มาๆ มันก็กลายเป็นโต๊ะวางของอีกเช่นกัน
ไฮไลต์ของโต๊ะตัวนี้คือจักรเย็บผ้า และนิตยสารต่างประเทศน่ารักๆ หลายเล่ม

ใช่ มันเป็นห้องทำงานที่รกมากเหลือเกิน
ถ้าเอาของทุกอย่างในวางเรียงบนลานโล่ง คงนับจำนวนได้ราวหมื่นชิ้น
แต่มันก็เป็นห้องที่มีชีวิตชีวาและมีทุกอย่างอยู่ในนั้น
มีทุกคนนั่งทำงานอยู่ มีพี่ปาล์มกับพี่รันแวะมานั่งทำรูปบ้าง
มีของมึนเมาเวลาจัดปาร์ตี้ มีหมอนผ้าห่มเวลาใช้เป็นที่นอนชั่วคราว
มีปฏิทินอันโตแปะอยู่ข้างฝา เพื่อจะได้รู้ว่าวันไหนใครมีนัดออกไปทำคอลัมน์ที่ไหน
มีถาดส่งงานสำหรับคอลัมน์นิสต์ กราฟิก พิสูจน์อักษร และเตรียมส่งโรงพิมพ์
มีกระดานไวท์บอร์ดพิงผนังที่ตีตารางแบ่งช่อง แล้วแข่งกันว่าส่วนของใครจะถูกติ๊กมากกว่า
และแล้วนิตยสารเล็กๆ เล่มหนึ่งก็เกิดขึ้นภายใต้ห้องทำงานที่แสนรกรุงรังห้องนี้


นานแล้วที่ฉันไม่ได้นั่งอยู่ที่โต๊ะของตัวเอง
ไม่ได้มองเยื้องไปทางขวาแล้วเห็นพี่บัวยิ้มแก้มปริ ไม่ก็จิบน้ำใบเตยอยู่
ไม่ได้ชะเง้อไปฝั่งตรงข้ามแล้วเห็นพี่บุ๋มแอบเล่มเกม ไม่ก็หน้ามืดจัดหน้าคอลัมน์ยกใหญ่
ไม่ได้หันไปทางขวาแล้วเจอพี่เกดกำลังพูดเสียงหวานกับคนที่มาติดต่อทางโทรศัพท์
นานจนปฏิทินอันโตยังค้างอยู่ที่เดือน September และ October
ตารางบนไวท์บอร์ดถูกติ๊กจนเต็มแล้ว แต่ก็ยังไร้วี่แววของการลบแล้วเริ่มติ๊กกันใหม่

ครั้งหลังสุดที่ฉันกลับไปห้องนั้น
มันยังเป็นห้องที่เต็มไปด้วยข้าวของเหมือนเคย
แต่กลับเงียบเหงา ว่างเปล่า ไร้ชีวิตชีวา ชวนให้รู้สึกราวกับว่าตัวฉันเองกลายเป็นคนแปลกหน้าของห้องนี้ไปเสียแล้ว

ฉันยังไม่แน่ใจนักว่าจะได้กลับไปที่ห้องนั้นอีกมั้ย
แต่ระยะเวลาเกือบ 9 เดือนที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของห้องนั้น
ได้อยู่กับพี่ๆ ที่เฮฮาร่าเริงและใจดี
ได้ทำนิตยสารที่ตัวเองพอใจถึง 4 เล่ม (บวกอีก 1 เล่มที่ยังไม่ได้ตีพิมพ์ซะที)
นั่นก็ถือเป็นช่วงเวลาที่น่าจดจำที่สุดช่วงหนึ่งแล้ว

แม้มันจะยังคงเป็นนิตยสารที่ออกเสียงยาก
บอกชื่อไปหลายคนก็คงยังไม่รู้จัก
แต่ถ้ามีใครสักคนนึงเข้ามาถามว่า ฉันเคยทำงานอะไร
ฉันคงเอ่ยชื่อนิตยสารอย่างภาคภูมิใจ แล้วควานหาหนังสือในกระเป๋าสักครู่หนึ่ง
จากนั้นสองมือของฉันจะยื่นหนังสือออกไปให้เขาจนสุดแขน
แล้วบอกเขาว่า… ลองอ่านดูสิ มันเป็นนิตยสารที่ดีเล่มหนึ่งเลยนะ

Advertisements

3 Responses

Subscribe to comments with RSS.

  1. kaninnit said, on มกราคม 12, 2012 at 8:19 pm

    :’)

  2. noina said, on มกราคม 13, 2012 at 9:32 am

    นึกถึงชื่อหนังสือ, เธอเต้นรำอย่างเดียวดาย

  3. mangomoment said, on มกราคม 15, 2012 at 9:14 am

    โฮ…
    นี่ไม่ค่อยเดียวดายค่ะ เ้ตนแล้วลมตายไปหลายคน -..-


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: