:: mango

ที่ไม่อาจบรรยายได้

Posted in diary by mangomoment on กุมภาพันธ์ 3, 2012


ณวราตื่นเช้ามาด้วยอาการท้องบิดมวนเป็นเลขแปดอินฟินิตี้
เธอดีดตัวผึงออกจากเตียง ตรงดิ่งเข้าห้องน้ำ
เวลาผ่านเลย ไม่ปรากฎหลักฐานรูปพรรณของสิ่งที่เธอต้องการ
เธอลองเปลี่ยนมานั่งไขว่ห้าง
เพื่อจะพบว่าเธอเสียเวลาอีก 10 นาทีไปโดยเปล่าประโยชน์

เหตุการณ์หลังจากนั้น
ในสภาพเนื้อตัวหมาดๆ เธอยืนเลือกเสื้อผ้า
มีกระโปรงบานสีกรมท่าเป็นตัวตั้ง
เธอเฟ้นหาเสื้อเชิ้ตในตู้ที่เหมาะควรกับภูมิประเทศของวัน
เลือกแล้วเลือกเล่าก็ได้เสื้อสีชาเย็น แต่งลายดอกไม้สีน้ำเงินจุ๋มจิ๋ม
มันไม่ใช่เสื้อผ้าชุดเก่งที่เธอสวมใส่คราใดแล้วเกิดความมั่นอกมั่นใจ
แต่เป็นชุดที่เธอเล็งเห็นว่า มันช่วยปิดบังอำพรางคดีได้ดีที่สุด

เธอไปถึงที่นัดหมายตรงตามเวลา
นั่งรอไม่นาน เขาก็เรียกเธอขึ้นไปพูดคุย
เธอตอบคำถามแรกๆ ด้วยความมั่นอกมั่นใจ แฝงด้วยน้ำเสียงภาคภูมิเล็กน้อย
แต่ในคำถามหลังๆ เธอส่ายหัวและตอบปฏิเสธอยู่บ่อยครั้ง
ยิ่งเมื่อเขาสำทับว่า ‘ว่าแล้ว ว่าต้องทำไม่เป็น’
ก็ยิ่งทำให้เธอรู้สึกถึงความด้อยศักยภาพและไร้สมรรถภาพของตัวเอง
ผนังห้องดูขาวซีดลงไปอีก เมื่อเธอฉุกคิดได้ว่า
ทำไมเธอจึงไม่นึกเอ่ยคำตอบทำนองที่ว่า …กำลังหัดค่ะ.. หรือ …ชอบค่ะ ชอบที่สุดเลยค่ะ.. ออกไป
36 นาทีล่วงเลย
ณวราเน่าเปื่อยและกลายเป็นสิ่งแปลกปลอมของห้องนั้นอย่างสมบูรณ์

ณวราพยายามหาทางชุบชูกำลังใจให้ตัวเองเสียใหม่
เธอพาตัวเองไปยังร้านหนังสือ, muse องค์เดียวที่เธอรู้จัก
เธอเจอ ‘บ้านบ้าน’ เล่ม 1 และ เล่ม 2 ซึ่งนั่นยิ่งทำให้เธอรู้สึกตกต่ำลงไปอีก
ในขณะที่เปิดหน้าถัดไปเรื่อยๆ ในหัวของเธอมีแต่คำว่า เป็นไปไม่ได้, ไม่มีทาง, ไม่ย้อนคืน, สายเสียแล้ว
เธอวางลงเดี๋ยวนั้น แล้วหันไปใส่ใจเล่มอื่น
เธอเจอ Extremely Loud & Incredibly Close ของ Jonathan Safran Foer
เธอถูกใจชื่อหนังสือมาก และไม่ลังเลที่จะพากลับบ้าน,
ใช่เลย มันบ่งบอกความต้องการในชั่วขณะนี้ของเธอได้ดีที่สุด
เธอหนีบ ‘อัตลักษณ์ไทย : จากไทยสู่ไทยๆ’ ของประชา สุวีรานนท์ เพิ่มไปด้วย
เพื่อย้ำเตือนว่า สิ่งที่เธอเรียนมาช่างไร้ประโยชน์
หากไม่สามารถนำมาใช้เขียนงานเชิงวิชาการเช่นนี้ได้

ความล้มเหลวของณวรายังดำเนินต่อไปไม่สิ้นสุด
เมื่อเธอพบว่า รองเท้าข้างขวาของเธอพยายามอย่างยิ่งยวดที่จะแยกชิ้นส่วนออกจากกัน
เธอถอดมันออกมา เพื่อทำการปฐมพยาบาลก่อนสายเกินแก้
แต่แล้วก็พบว่า เธอเดินต่อในสภาพนี่ไม่ไหวแน่
เพราะเล็บนิ้วก้อยขวาของเธอฉีกขาด
เลือดสีคล้ำทิ้งร่องรอยพอให้รู้สึกเจ็บปวด

ณวราโผลเผลกลับบ้านด้วยความรู้สึกที่ไม่อาจบรรยายได้
รวดร้าว? ผิดหวัง? ล้มเหลว? เจ็บปวด? ไร้ประสิทธิภาพ?
ไม่ใช่ทั้งนั้น, มันเป็นหนึ่งวันที่ไม่อาจหาคำนิยามชี้ชัดจากคลังคำของเธอเอง

ณวราทิ้งตัวลงบนเตียง แล้วคิดขึ้นมาได้ว่า
ถ้าณวราเป็นตัวตุ่น เธอคงมุดตัวอยู่ใต้ดิน
นอนนิ่งๆ หลับสนิทอยู่ในนั้น
แล้วไม่โผล่ขึ้นมาอีกเลย.

Advertisements

7 Responses

Subscribe to comments with RSS.

  1. noina said, on กุมภาพันธ์ 4, 2012 at 9:53 am

    วันแย่ๆ ก็ต้องมีมาบ้าง, จะได้รู้ว่าวันดีๆ มีค่าอย่างไรไงล่ะ :]

    แต่ที่แน่ๆ, ณวราต้องหัดตอบคำถามของคนสัมภาษณ์ให้ได้คล่องกว่านี้นะจ๊ะ ณวรามีดีอยู่แล้ว ณวราต้องมีความมั่นใจในความมีดีของตัวเองมากกว่านี้นะ

  2. kaninnit said, on กุมภาพันธ์ 4, 2012 at 2:30 pm

    “อัตลักษณ์ไทย : จากไทยสู่ไทยๆ” ซื้อมาแล้ว พี่ว่าเป็นวิชาการจ๋ามากกว่า “ดีไซน์คัลเจอร์” อ่านแล้วไม่ค่อยสนุกเท่าไหร่

    ฝนตก อากาศซึมๆ แบบนี้ ฟังเพลงดีกว่านะ :)
    久石讓 Joe hisaishi Live – View of Silence (from Pretend)

  3. noina said, on กุมภาพันธ์ 7, 2012 at 11:17 pm

    “Nobody tells this to people who are beginners, I wish someone had told me.

    All of us who do creative work, we get into it because we have good taste. But there is this gap. For the first couple years you make stuff, it’s just not that good. It’s trying to be good, it has potential, but it’s not. But your taste, the thing that got you into the game, is still killer. And your taste is why your work disappoints you. A lot of people never get past this phase, they quit.

    Most people I know who do interesting, creative work went through years of this. We know our work doesn’t have this special thing that we want it to have. We all go through this. And if you are just starting out or you are still in this phase, you gotta know its normal and the most important thing you can do is do a lot of work. Put yourself on a deadline so that every week you will finish one piece.

    It is only by going through a volume of work that you will close that gap, and your work will be as good as your ambitions. And I took longer to figure out how to do this than anyone I’ve ever met. It’s gonna take awhile. It’s normal to take awhile. You’ve just gotta fight your way through.” – Ira Glass

  4. mangomoment said, on กุมภาพันธ์ 15, 2012 at 3:21 am

    ขอบคุณเพลงจากพี่ตู้

    ขอบคุณ quote ดีๆ จากพี่น้อยหน่า
    อ่านแล้วฮึกเหิมมากค่า ติดอันดับ quote of the year ประจำปีนี้ของแมงโก้แน่ๆ :3

    ทีแรกอ้อว่าจะเลิกแล้ว ไม่เอาแล้ว ไม่ทำแล้วหนังสือ จะไปเป็นสาวออฟฟิศ(เงินเดือนเยอะๆ) เหมือนเพื่อนๆ แล้ว 555
    แต่พออ้อได้อ่าน quote นี้ในวันเดียวกับที่ดูรายการ ฉันจะเป็นชาวนา ตอนที่คุณอุ้มเกี่ยวข้าวฤดูแรก
    น้ำตาไหลเลย..
    เราต้องอดทนต่อสิ่งที่เราชอบสิเนอะ

  5. noina said, on กุมภาพันธ์ 15, 2012 at 10:14 am

    ต่างคนก็ต่างอิจฉากันแหละน้อ,

    พี่ก็แอบอิจฉาสาวออฟฟิศเงินเดือนสูงๆ อยู่ไม่น้อย, งานก็แลดูสบายดี
    (ในแง่ว่าไม่ต้องทุ่มเทความคิดจิตใจและความรู้สึกเข้าไปในนั้นมาก)
    ส่วนเพื่อนพี่คนหนึ่งซึ่งเป็นสาวออฟฟิศที่ประสบความสำเร็จ
    ก็อิจฉาพี่, ในแง่ที่ว่าถึงชีจะรู้ว่าต้องทำงานอย่างไร จะต้องก้าวไปอย่างไร
    สุดท้ายแล้ว, ชีก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจริงๆ แล้วชีต้องการอะไร
    แต่พี่รู้, ถามแล้วก็ตอบได้เลยโดยไม่ต้องคิด

    ของแบบนี้, มันต้องแลกกัน

    หรือถ้าจะเอาทั้งสองอย่าง
    ก็ต้องแลกด้วยการทำงานหนักกว่าคนอื่นๆ

    สู้ให้มากๆ มองอะไรให้ยาวๆ :]

  6. noina said, on กุมภาพันธ์ 15, 2012 at 10:15 am

    พูดดีไปงั้นแหละ,
    ทุกวันนี้พี่ก็ปวดหัวอยู่เหมือนกัน ฮ่าๆ

    หวังว่าพี่จะยึด core value ของตัวเองเอาไว้ได้ต่อไป, ฮัดช่า!

  7. ทะนาคาน said, on กุมภาพันธ์ 15, 2012 at 2:42 pm

    นิยายอะไรอะเธอ
    สนุกป่ะ ^^


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: