:: mango

ฉันมองหาเธอท่ามกลางผู้คนมากมาย เพื่อเก็บรวบรวมส่วนเสี้ยวของพวกเขาเหล่านั้นประกอบขึ้นเป็นตัวเธอ

Posted in mind by mangomoment on เมษายน 4, 2012

ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ฉันเริ่มมองหาร่องรอยของเธอในรูปเงาของคนอื่น
ดึกคืนก่อน ในรายการขายเครื่องครัวไดเร็กเซลล์
รูปปากของเธอปรากฎเด่นชัดบนโครงหน้าของผู้ชายที่กำลังสาธิตการใช้กระทะไฟฟ้าแบบสองด้าน
ในเช้าวันจันทร์ที่แวะไปไปรษณีย์ ระหว่างทางฉันเดินสวนกับชายคนหนึ่ง
ความลาดบนหน้าผากและไรผมของเขาคลับคล้ายคลับคลากับของเธอ
ไม่ต่างจากประกายตาของเด็กชายที่ทดลองเล่นรถบังคับ มันช่างแวววาวเหมือนดวงตาของเธอยามตื่นเต้น ตอนเราไปดูมายากลด้วยกัน
เส้นเอ็นปูดโปนบนมือของพ่อค้าขายปลาหมึกปิ้งแถวหมอชิต เหมือนมือของเธอไม่มีผิด เวลาฉวยจับอะไรสักอย่าง
ฉันมองหาเธอท่ามกลางผู้คนมากมาย
เพื่อเก็บรวบรวมส่วนเสี้ยวของพวกเขาเหล่านั้นประกอบขึ้นเป็นตัวเธอ
.
ในความคิดคำนึง บางวันเธอมีเพียงใบหน้า
บางวันมีดวงตา จมูก นิ้วมือ รวมถึงเสื้อเชิ้ตตัวโคร่ง รองเท้าผ้าใบสีดำ หมวกแก๊ป กระจายเกลื่อน ไม่ต่างจากจิ๊กซอว์รอให้เอาไปประกอบ
วันที่ตามหาชิ้นส่วนได้มาก ภาพของเธอเป็นได้ถึงภาพถ่ายขนาดครึ่งตัว
แต่เป็นไปไม่ได้เลยที่ฉันจะมองหาความคล้ายในตัวพวกเขาเหล่านั้น เพื่อประกอบเป็นตัวเธอที่สมบูรณ์ทั้งหมดทั้งมวล

.
ภาพของเธอที่ครบถ้วน ไม่อาจรวบรวมได้จากใครต่อใคร
เพราะบางส่วนของเธอได้แทรกซ่อนอยู่ในหนังสือของ แดนอรัญ แสงทอง เล่มที่ฝากฉันไว้
แอบแฝงอยู่ในฝาผนังชั้น 7 ของหอศิลป์ฯ ที่แม้ในวันไม่มีนิทรรศการ รูปเงาของเธอก็จะยังปรากฎอยู่บนนั้น
อวลอยู่ในควันบุหรี่บางเบาจากมาร์ลโบโร่ซองเขียว, หนังเทศกาลรอบเช้า, บันทึกที่บวมพอง เพราะเจ้าของมักพกไปไหนต่อไหน
ดวงวิญญาณของเธอบางส่วนกลายเป็นส่วนหนึ่งของต้นพญาสัตบรรณ บนถนนยามค่ำที่เราเดินผ่าน
ดวงวิญญาณของเธอแทบไม่ต่างจากจิตของนกเสรี โบกบินไปทุกหนแห่ง สุดแท้แต่ฉันจะนึกถึง
ฉับพลันนั้นฉันพบว่า มีช่องว่างมากมายเหลือเกินที่เราไม่อาจเชื่อมต่อกันได้
และเราไม่อาจเป็นส่วนหนึ่งของดวงวิญญาณของกันและกันได้อีกแล้ว


.
แม้กระนั้น ในสวนลึกเร้นของฉันที่น้อยนักจะเปิดประตูให้ใครผ่านเข้าไป มีที่ทางพิเศษสำหรับเธอโดยเฉพาะเสมอมา
‘เป็นที่ว่างอันมั่นคง สุขสบาย รื่นรมย์และอัครฐานตามอัตภาพ เป็นที่สำหรับความอ่อนเอื้อ เป็นมุมศักดิ์สิทธิ์ในหัวใจ’*
และเธอพักพิงอยู่ที่นั่นเสมอ
.
นับจากวันนั้น ภาพของเธอไม่เคยสมบูรณ์อีกเลย
แต่ในความสุข ความฝัน ในความทรงจำ… มันไม่เคยหายลับหรือเลอะเลือนสักนิดเดียว
.

*บางส่วนจาก ”ดวงตาที่สาม” ของ แดนอรัญ แสงทอง

Advertisements

6 Responses

Subscribe to comments with RSS.

  1. thanacreatis said, on เมษายน 4, 2012 at 2:40 am

    ‘””ZZZEeeedDDssszzZvvvxxyZZ”””
    ตัดเรื่องความประทับใจออกไปก่อน
    เพราะแมงโก้เขียนทีไร,ความรู้สึกภายในเหมือนเงาะชามนั้นที่เราเคยจิ้มกินยามบ่าย
    หลังจากโดนมีดแม่คว้านเม็ดออกแล้วเอาไปแช่ช่องแข็ง ทุกที ทุกที

    เหลือเรื่องที่เราอิจฉา
    ชักจะเขียนให้เราอิจฉามากไปแล้ว
    เราไม่ได้อิจฉาการเขียนที่ดีงามหรอก
    เราเกลียดคนที่เจอความเป็นตัวของตัวเองแล้วเท่านั้น
    :p

  2. mangomoment said, on เมษายน 4, 2012 at 2:58 am

    อิจฉาทำไมกัน ทะนาคานก็มีแนวทางของทะนาคานนะ
    เรายังจำบรรทัดที่ว่า ‘เสกสรรเป็นประวัติศาสตร์หลายบรรทัดของสังคมไทย’ ได้อยู่เลย

  3. kaninnit said, on เมษายน 4, 2012 at 9:59 am

    อยากอ่าน”ดวงตาที่สาม”เหมือนกัน ท่าทางจะโรแมนติก :)

  4. maybemayest said, on เมษายน 4, 2012 at 10:17 pm

    เหมือนกำลังนั่งอ่านหนังสือเล่มนึงเลย :)

  5. mangomoment said, on เมษายน 5, 2012 at 9:55 am

    พี่ตู้, อ่านเลยค่า มันเป็นเล่มที่แดนอรัญบอกว่า เค้าคงเขียนเรื่องรักๆ แบบนี้ไม่ได้อีกแล้ว
    น้องเม, ขอบใจจ้ะ ถ้าเป็นหนังสือจริง คนเขียนคงร้องไห้จนน้ำตาหมดตัวไปก่อนแน่เลย ^^;

  6. Jeabb said, on เมษายน 7, 2012 at 11:30 pm

    เรามองเห็นคนๆ เดียวกันในมุมที่ต่างกัน
    และคงมีความระลึกถึงในแบบที่ไม่เหมือนกันต่อคนๆ เดียวกันนะ

    ช่วงเวลาที่เดินทางมาถึงทุกๆ ปี


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: