:: mango

อีกา. ปลาวาฬ. กะพรุน.

Posted in my wonderland by mangomoment on เมษายน 15, 2012

กะพรุน.

นอกจากแมงกะพรุนในพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่เธอกับเขาเคยไปด้วยกันแล้ว เธอไม่เคยเห็นแมงกะพรุนแบบตัวเป็นๆ ที่อื่นเลย ต่างจากเขาที่ดูจะมีภาวะผูกพันกับแมงกะพรุนกว่าเธอมาก

บ้านเขาไม่ได้อยู่ใกล้ทะเล แต่บ้านคุณป้าของเขาอยู่ติดทะเล

เขาบอกว่า เขาก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเป็นคนรักทะเลหรือแค่ชอบไปบ้านป้า รู้เพียงว่าเมื่อใดที่มีเวลาว่าง ทุกคนจะตามหาเขาเจอที่บ้านริมทะเลของป้า

เขาในวัย 8 ขวบเคยเจอแมงกะพรุนเกยตื้น มันดูแห้งเหี่ยวเหมือนถุงพลาสติกชุ่มน้ำที่ถูกเท้าของใครต่อใครเหยียบซ้ำ เด็กชายวัยแปดขวบผู้เปี่ยมความปรารถนาดีพยายามจะพาแมงกะพรุนตัวนั้นกลับคืนสู่ทะเลอีกครั้ง โชคร้ายที่เขาไม่รู้ว่า หนวดของมันแม้เมื่อตายแล้วก็ยังมีพิษ ป้าของเขาจึงต้องวุ่นวายหาผักบุ้งทะเลขยี้ผสมน้ำส้มสายชูมาประคบแขนข้างขวาของเขาเป็นการใหญ่ เขาเล่าว่ามันปวดแสบปวดร้อนยิ่งกว่าถูกน้ำร้อนลวก แต่ศพแมงกะพรุนไฟตัวนั้นอาจอยากขอบคุณที่เขาช่วยพากลับบ้าน ราวๆ ชั่วโมงผ่านไป เขาจึงเพียงรู้สึกคันๆ เหมือนมดกัด และแมงกะพรุนตัวนั้นก็ทิ้งรอยจารึกไว้แค่แผลเป็นจุดเล็กๆ เท่านั้น

แต่เหตุการณ์นั้นไม่เคยทำให้เขาเกลียดกลัวแมงกะพรุน เขากลับบอกเธอว่า แมงกะพรุนไม่ควรอยู่ในหม้อสุกี้หรือเย็นตาโฟชามใดๆ  แม้แต่ซูชิโง่ๆ คำละ 10 บาทที่เธอค่อนข้างมั่นใจว่า พ่อค้าญี่ปุ่นปลอมๆ ไม่น่าจะลงทุนใช้แมงกะพรุนจริงหรือก เขาก็ยังไม่คิดแตะ

จนวันที่ไปพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำด้วยกัน เธอจึงรู้สึกได้อย่างแจ่มชัดเป็นครั้งแรกว่า เขาหลงใหลแมงกะพรุนมากเพียงใด

ในห้องนั้นมีตู้กระจก 4 ตู้เล็กบรรจุแมงกะพรุนตู้ละ 2-3 ตัว เธอเพิ่งเคยได้เห็นแมงกะพรุนในระยะประชิดสายตาก็คราวนี้เอง เขาชี้ชวนให้เธอดูหัวโปร่งใสหน้าตาคล้ายร่มของมันด้วยท่าทางสนุกสนาน ล้อเลียนจังหวะการว่ายกระดึบ กระดึบ ของมันอย่างน่าขันแกมน่าเอ็นดู เธอจดจ่อกับแมงกะพรุนทั้ง 4 ตู้ต่อนานพอควร จึงเพิ่งรู้สึกว่า เขาไม่ได้อยู่ข้างๆ เธอแล้ว

เขาของเธอย้ายไปยืนปักหลักนิ่งอยู่ตรงข้ามผนังด้านหนึ่ง— ผนังด้านที่ปรับเป็นตู้กระจกบานใหญ่เท่าความสูงความยาวของผนัง ในนั้นมีแมงกะพรุนนับสี่สิบห้าสิบตัวดำผุดดำว่ายอยู่ บ้างดิ่งลง บ้างพุ่งขึ้น สีสันของพวกมันแปรเปลี่ยนสลับแดง ม่วง น้ำเงิน ไปตามสีของหลอดไฟในตู้ สายตาของเขาแน่วแน่อยู่กับการแสดงจินตลีลาใต้น้ำนั้น จนราวกับว่าทั้งโลกมีเพียงเขาและฝูงแมงกะพรุนเท่านั้น เธอกระตุกมือของเขาให้รู้สึกตัว

ฉับพลันเขาก็รำพึงขึ้นมาว่า

‘ถ้าจะต้องตายด้วยสิ่งมีชีวิตที่สวยงามขนาดนี้ ก็ไม่ใช่เรื่องน่าเสียดายนักเลย’

 .

 .

.

ปลาวาฬ.

มันมักจะเป็นเช่นนั้นเสมอ, วันที่เธอโหมงานหนักจนสะโหลสะเหลกลับมาที่ห้อง สองชั่วโมงสุดท้ายของวันมักลงเอยที่พื้นห้องของเธอมีรองเท้ากระเด็นไปทาง กระเป๋าไปทาง ส่วนตัวเธอเองก็โถมตัวลงบนเตียง เปิดทีวีหาช่องที่เหมาะต่อการจดจ่อ บอกตัวเองว่าขอเอ้อระเหยสักพักแล้วจะลุกไปอาบน้ำ

แต่มันไม่เคยเป็นแค่ ‘สักพัก’ สักครั้ง  รู้สึกตัวอีกที เธอก็ตื่นขึ้นมาในสภาพเสื้อผ้ายับยู่ยี่ ใบหน้าเต็มไปด้วยคราบเครื่องสำอางที่รอการชำระล้าง ท่ามกลางความมืดรอบตัว มีเพียงแสงไฟเล็กๆ จากหน้าจอทีวีเท่านั้นที่บ่งบอกว่าโลกใบนี้ยังเคลื่อนไหวอยู่

คืนหนึ่งที่ตื่นขึ้นมา เธอตกใจที่เห็นภาพในจอเป็นภาพปลาวาฬตัวหนึ่งลอยอยู่ในน้ำนิ่งๆ มันนิ่งและนานเกินไป จนเธอเกือบเอะใจว่า หน้าจอทีวีของเธอได้กลายเป็นตู้ปลาที่มีปลาวาฬย่อส่วนลอยอยู่ในนั้นเสียแล้ว  ยังดีที่สายตาเธอเหลือบไปเห็นโลโก้รายการสารคดีรายการหนึ่งแปะอยู่บนมุมล่างซ้ายของจอ พร้อมกับแถบบรรยายรายการเทปนั้นว่า ‘The Loneliest Whale in the World’

          สารคดีเทปนั้นเล่าเรื่องธรรมชาติของปลาวาฬที่มักอยู่รวมกันเป็นฝูง แต่กลับมีปลาวาฬตัวหนึ่งอยู่อย่างโดดเดี่ยว เพราะคลื่นเสียง 52 เฮิร์ตซ์ที่มันปล่อยออกมา เป็นความถี่ที่สูงเกินกว่าปลาวาฬตัวอื่นๆ จะได้ยิน มันคงคล้ายๆ กับการโทรศัพท์หาใครสักคนท่ามกลางมหาสมุทรกว้างใหญ่ไพศาล เพื่อพยายามจะสื่อสารบอกใครสักคนว่า ฉันอยู่ตรงนี้ แต่การโทรศัพท์ของมันกลับไม่เคยมีใครรับสายเลย

เหมือนที่เธอมักสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึก แล้วควานหาโทรศัพท์เพื่อจะกดโทรออกไปยังเบอร์ที่เคยโทรไปถี่ที่สุดตามความเคยชิน แรกๆ เสียงปลายสายตอบกลับมาว่า ‘ไม่สามารถติดต่อเลขหมายปลายทางได้ในขณะนี้’  มันเป็นเช่นนั้นอยู่นานนับเดือน จนเสียงปลายสายเปลี่ยนเป็น ‘ขอโทษค่ะ เลขหมายนี้ยังไม่เปิดให้บริการ’ และการโทรครั้งสุดท้ายที่คนปลายทางกรอกเสียง ‘ฮัลโหล’ กลับมา ไม่ใช่เสียงจากระบบข้อความอัตโนมัติที่เธอคุ้นเคยอีกแล้ว นั่นทำให้เธอเข้าใจว่า เธอไม่อาจติดต่อกลับไปยังเลขหมายนั้นเมื่อใดก็ได้ตามใจต้องการอีกต่อไป

มันเป็นไปได้หรือที่ร่องรอยและรายละเอียดของคนคนหนึ่งจะค่อยๆ จางหายไปทีละอย่างราวกับเขาไม่เคยมีตัวตนอยู่ ตั้งแต่ร่างกาย น้ำเสียง เสื้อผ้า ที่อยู่ จนถึงเบอร์โทรศัพท์ ไม่มีข่าวคราวกลับมา ไร้ช่องทางติดต่อไปหา ประภาคารหลังที่เธอเคยยึดมั่นได้ล่มสลายลงไปแล้ว เธอรู้สึกไม่ต่างจากปลาวาฬตัวนั้นที่เท้งเต้งโดดเดี่ยวไร้จุดหมายท่ามกลางผืนน้ำที่มีขอบเขตเป็นอนันต์ ดำรงอยู่ด้วยความหวังว่า…

ในสถานที่ที่เขาไปเยือน เขาจะได้ยินคลื่นเสียงคร่ำครวญของเธอ

 .

 .

.

อีกา.

          กลางซอยที่มุ่งตรงไปยังที่ทำงานของเธอ มีต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งตั้งขวางอยู่ อีกาสองสามตัวจับกลุ่มเสวนากันอยู่บนนั้น แต่เมื่อใดก็ตามที่เธอเดินผ่าน อีกาตัวหนึ่งจะโฉบลงมาเกาะบนถังขยะสีฟ้าใต้ต้นไม้ เพื่อเขม้นมองเธออย่างจับจ้อง ดวงตาวาววามของมันเร้าให้ขนแขนลุกพอง และเธอไม่อาจเข้าใจได้ว่า สายตาเขม็งเกร็งของมันต้องการตรวจสอบอะไรในตัวเธอ

ทุกครั้งที่เดินผ่านต้นไม้ต้นนี้ มักทำให้เธอไพล่นึกไปถึงภาพ Wheatfields with Crows ของ วินเซนด์ แวน โก๊ะห์ ภาพที่ว่ากันว่าเป็นจิตรกรรมชิ้นสุดท้ายของเขา

ฝูงอีกาในภาพบินขนานเหนือทุ่งข้าวสาลี กลางภาพมีทางเดินสายหนึ่งที่ปลายทางถูกตัดขาด นักวิจารณ์ศิลปะมากมายต่างตีความว่า มันคือลางสังหรณ์ล่วงหน้าบ่งบอกว่า ผู้วาดภาพนี้จะจบชีวิตลงในอีกไม่ช้าไม่นาน กาฝูงนั้นไม่ต่างจากสมุนของพญามัจจุราช ซึ่งจะนำพาแวน โก๊ะห์ ไปยังดินแดนที่การมีชีวิตไม่ใช่เรื่องสาหัสสากรรจ์อีกต่อไป

หรืออีกาในซอยตัวนั้นได้พยายามอย่างยิ่งที่จะนำสารจากโลกแห่งความตายมาสู่เธอ?

สายตาจับจ้องและจงอยปากแหลมที่เผยออ้า อาจกำลังจำนรรจ์ถ้อยความบางอย่างที่ไม่อาจเข้าใจได้ด้วยระบบตรรกะภาษาของเธอ

อาจเป็นคำพูดสุดท้ายที่เขาฝากมาบอก เหมือนที่แวน โก๊ะห์ ได้เอ่ยประโยคสุดท้ายแก่ธีโอ น้องชายของเขาในขณะกำลังทรมานจากพิษบาดแผลที่เกิดขึ้นด้วยฝีมือของเขาเองว่า ‘The sadness will last forever’ ความโศกเศร้าจะยังดำรงอยู่ชั่วนิรันดร์

สิ่งที่หลงเหลือภายหลังการสูญสลายคือความโศกเศร้าที่ไม่รู้จบ

สามปีผ่านไป ปริมาณน้ำตาไม่ได้มากมายเท่าเดิมอีกแล้ว มีเพียงก้อนสะอื้นเจือจางที่ยังอึงอล ซึ่งแม้ว่ามันจะลดลง แต่มันไม่เคยสูญหาย

ทว่าความตายกลับทำให้มนุษย์เป็นอมตะ เหมือนที่แวน โก๊ะห์, เคิร์ท โคเบน, มิชิมา, อาคุตางาวะ, เวอร์จิเนีย วูล์ฟ และ เฮมมิงเวย์ ได้กลายเป็นบุคคลคลาสสิกในความทรงจำของคนทั้งโลก

เช่นกัน เขาของเธอจะดำรงอยู่ด้วยอายุ 30 ต่อไปเช่นนั้นอีกเนิ่นนาน เป็นชายหนุ่มที่สวมเสื้อเชิ้ต กางเกงยีน พร้อมหมวกประจำตัวใบนั้น เขาจะอยู่ในเสื้อผ้าชุดนี้ที่ไม่มีวันเปรอะเปื้อนได้อีก มีรอยยิ้มซึ่งมุมริมฝีปากด้านขวาจะยกสูงกว่าด้านซ้ายเล็กน้อย และมันจะไม่กลับกลายเป็นสีหน้าบึ้งตึงหรือเคล้ารอยน้ำตาอีกแล้ว

เขาได้กลายเป็นบุคคลคลาสสิกลำดับแรกสุดในความทรงจำของเธอ

ท่ามกลางแดดบ่ายระอุ ใต้ร่มไม้เย็นชื่น นั่นอาจเป็นข้อความที่อีกากลางซอยกำลังสื่อสารกับเธอก็เป็นได้.

Advertisements

4 Responses

Subscribe to comments with RSS.

  1. mangomoment said, on เมษายน 15, 2012 at 6:15 pm

    credit :
    1. ข้อมูลเกี่ยวกับปลาวาฟที่โดดเดี่ยวที่สุดในโลกจาก http://earthsky.org/biodiversity/52-hertz-song-of-worlds-loneliest-whale

    2. ภาพปลาวาฬจาก http://www.themagpieonline.com/sites/default/files/field/image/lwhale.jpg

    3. ภาพ Wheatfield with Crows จาก http://vangoghartworks.com

    เพิ่มเติม :
    จดหมายที่แวน โก๊ะห์ เขียนถึงแม่ น้องชาย น้องสาว อ่านแล้วระทมดีพิลึก
    http://www.vggallery.com/letters/main.htm

  2. noina said, on เมษายน 16, 2012 at 9:14 am

    สามปีแล้วหรือนี่

  3. Jeabb said, on เมษายน 16, 2012 at 11:03 am

    สามปีผ่านไป…
    ใครบางคนที่จากไปคงหายเศร้า
    แต่คนที่ยังอยู่ ต่างก็ยังต้องวนเวียนอยู่กับความเศร้าไปเรื่อยๆ ไม่มากก็น้อย

    แต่ผู้ที่จากไป

  4. loveseatstudio said, on เมษายน 16, 2012 at 4:12 pm

    เขียนซะดีเลยน้องอ้อ ชอบค่ะ


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: