:: mango

คนแปลกหน้ายามค่ำคืนของมาริ กับ บาร์แจ๊สของมูราคามิ

Posted in my wonderland by mangomoment on เมษายน 18, 2012

เจ็ดปีก่อนหน้านี้ เวลาตีห้า สามสิบแปดนาที มาริแยกกับทากาฮาชิที่สถานีรถไฟ

ทากาฮาชิให้สัญญาไว้ว่าจะเขียนจดหมายไปหา จดหมายยาวเฟื้อย หนาหนักเหมือนนิยายเรื่องยาว แต่จนป่านนี้ มาริยังไม่เคยได้รับกระดาษสักใบ

.

1.

มาริเป็นนักย่ำแห่งค่ำคืน ห้าทุ่มห้าสิบหกนาทีคือเวลาที่เธอเริ่มแวะเวียนไปนั่งตามร้านอาหารที่เปิดกลางคืน นั่งจิบกาแฟอุ่น ๆ แกล้มแซนด์วิชนิดหน่อย พร้อมละเลียดหนังสือในมือควบด้วย

แต่คืนนี้แตกต่างออกไป มาริเลือกไปบาร์แจ๊ส เพราะอยากสัมผัสบรรยากาศที่นักเขียนคนโปรดของเธอหลงใหล ในบทความหนึ่งที่มาริอ่านเจอ ฮารุกิ มูราคามิได้ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับบาร์แจ๊สของเขาไว้ว่า เขาขยันทำงาน  อดออมเก็บเงิน บางส่วนก็ยืมจากเพื่อนฝูงและญาติ ๆ หลังจากนั้นพอออกจากมหาวิทยาลัย เขาก็เลือกเปิดคลับแจ๊สเล็ก ๆ ในโตเกียว เสิร์ฟกาแฟในตอนกลางวัน เสิร์ฟเครื่องดื่มในตอนกลางคืน มีอาหารง่าย ๆ เป็นกับแกล้ม ทุกสุดสัปดาห์จะชวนนักดนตรี   มาจัดการแสดง กิจกรรมเช่นนี้ของมูราคามิดำเนินอยู่เนิ่นนานถึงเจ็ดปี ด้วยเหตุผลที่ว่า เพื่อเขาจะได้ฟังเพลงแจ๊ส        ตลอดวันตลอดคืน จากเช้าจรดเย็น

มาริอาจไม่ได้หลงใหลในเพลงแจ๊สเท่ามูราคามิ แต่สำหรับมาริ บาร์แจ๊สเป็นเสมือนสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์สำหรับคนรักกลางคืน บาร์แจ๊สไม่มีดนตรีกระโชกโฮกฮาก ผู้คนไม่พลุกพล่านวุ่นวาย มีจังหวะเนิบช้าเป็นเอกลักษณ์กำลังดี สำหรับค่ำคืนนี้ มาริขอให้ดีเจประจำร้านเปิดเพลง Strangers in the Night ของ Frank Sinatra เพื่อระลึกถึงทากาฮาชิผู้ห่างหาย –คนที่ทำให้คืนหม่นเศร้าโดดเดี่ยวคืนนั้น กลายเป็นราตรีมหัศจรรย์ตลอดกาลสำหรับเธอ

..Stranger in the night exchanging glances

Wond’ring in the night what were the chances

We’d be sharing love before the night was through..

มาริหยิบกระดาษในกระเป๋าออกมา จรดปลายปากกา ตั้งใจว่าจะเขียนจดหมายหาใครคนหนึ่ง

แม้ว่าที่อยู่ของเขาจะยังเป็นความลับสำหรับเธอก็ตาม

.

.

.

2.

ชายหนุ่มเดินเรื่อยเปื่อยบนถนน ในกระเป๋าสะพายข้างมีหนังสือ Hear the Wind Sing ของมูราคามิที่เพิ่งอ่านจบ อันที่จริงแล้ว เขาอยากไปนั่งบาร์แจ๊สบรรยากาศดีเหมือนบาร์แจ๊สของมุสิกที่มูราคามิบรรยายไว้ในหนังสือ แต่เขาไม่รู้จักบาร์แจ๊สน่านั่งละแวกนี้เลย จนกระทั่งเพลงเพลงหนึ่งล่องลอยออกมากระทบหู เป็นเพลงเดียวกับที่เขาเคยได้ยินจากเครื่องเล่นซีดีของใครคนหนึ่ง เสียงทุ้มของนักร้องกำลังร้องท่อนที่ว่า

Strangers in the night

Two lonely people, we were strangers in the night

Up to the moment when we said our first hello little did we know

Love was just a glance away, a warm embracing dance away

ราวกับมีเวทมนตร์ เสียงเพลงที่คุ้นเคยนี้นำพาสองเท้าของเขาไปยังที่มาของเสียง

เขาเดินเข้าร้าน เลือกที่นั่งที่ห่างไกลจากการโคจรของผู้คน สั่งเครื่องดื่ม เคลิบเคลิ้มไปกับเสียงดนตรีจังหวะหวานที่คลออบอวลอยู่ทั่วร้าน ชั่วขณะหนึ่งเขาสบตาเข้ากับสาวน้อยที่นั่งอยู่มุมร้านฝั่งตรงข้าม

เขารู้สึกคลับคล้ายคลับคลา

.

.

.

3.

มาริสบตาชายหนุ่มที่นั่งมุมร้านฝั่งตรงข้าม

เธอคิดว่า เธอรู้ปลายทางของจดหมายแล้ว

Advertisements

มีการตอบกลับหนึ่งครั้ง

Subscribe to comments with RSS.

  1. kaninnit said, on เมษายน 18, 2012 at 9:10 am

    ช่างเป็นราตรีที่มหัศจรรย์จริงๆ :)


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: