:: mango

Mango’s Best Books of 2013

Posted in books by mangomoment on ธันวาคม 28, 2013

เรียงตามลำดับความชอบ บางเล่มก็เก็บไว้นานนม เพิ่งจะมาได้อ่านเอาปีนี้
ไม่ต้อง scroll down ให้ตื่นเต้น เพราะไล่จากชอบที่สุดค่อยๆ ลดหลั่นลงไปเลย :D

marquez

1. หนึ่งร้อยปีแห่งความโดดเดี่ยว / Gabriel García Márquez เขียน, ปณิธาน-ร.จันเสน แปล
เคยได้ยินเรื่องฝนตกยาวนานติดต่อกันมานาน
เคยฟังอาจารย์หลายคนพูดถึงว่ามาร์เกซเป็นเจ้าพ่อสัจนิยมมหัศจรรย์ที่ทุกสถาบันให้การยอมรับ ;D
จนปีนี้ก็มีเหตุบังเอิญเหมาะๆ ให้ได้อ่านเสียที
เราอ่านเล่มนี้เหมือนเด็กหิวขนม แต่ก็รู้ว่าไม่ควรตะกรุมตะกราม
อมยิ้มลูกกลมๆ คู่ควรต่อการละเลียดทีละน้อยให้ต่อมรับรสทุกจุดบนลิ้นสัมผัสความหวาน
อ่านหนังสือมาร์เกซเหมือนฟังคุณลุงเล่านิทาน เรื่องราวของดินแดนมหัศจรรย์ที่ล่มสลาย แต่ทุกคนในเมืองนั้นยังเป็นอมตะ
การเดินทางในความหนาเกือบ 700 หน้าเต็มไปด้วยความสนุก พอถึงประโยคสุดท้าย เหมือนปิดหนังสืออัลบั้มภาพของครอบครัวบูเอนดิยา ร้อยปีที่เหมือนยาวนาน ชีวิตของสมาชิกรุ่นต่างๆ ในบ้านนี้ที่ดำเนินไปเหมือนต้องมนตรา จบลงด้วยบทสรุปเรียบๆ แกมเศร้า
นี่อาจเป็นวิธีของมาร์เกซที่ย่นย่อกลไกจักรวาลให้เหลือเพียง 100 ปีแล้วถ่ายทอดออกมาเป็นเรื่องนี้ก็เป็นได้   

 

2. ลักษณ์อาลัย / อุทิศ เหมะมูล
เรื่องนี้ยังเกี่ยวกับพ่อและพี่คล้ายๆ ลับแล,แก่งคอย (เพราะตั้งใจให้เป็นส่วนนึงของไตรภาค?)
แต่ก็ยังยืนยันได้อยู่ว่า คนบ้าอะไร เขียนเล่มไหนๆ ก็ดีตลอด
ทำไมเล่าเรื่องได้ขนาดนี้ อยากเห็นเวลาทดงานจังว่ามีวิธีร้อยเรื่องยังไง
(แต่เล่มที่ชอบที่สุดก็ยังเป็น ระบำเมถุน อยู่ดีนะ) 

 

3. ตัวตน / Milan Kundera เขียน, อธิชา มัญชุนากร กาบูล็อง แปล
อ่านไปตั้งแต่ต้นปี รายละเอียดเลยไม่แม่น แต่ความรู้สึกตอนอ่านจบคือ
ชอบมากๆ พลิกอ่านแบบกวาดสายตาซ้ำอีกรอบหลังจบรอบแรก
พอเราปอกเปลือก พอเราได้เห็นเยื่อชั้นในของกันและกัน แฟนตาซีก็มาบรรจบกับความจริงในท้ายที่สุด

Joyce_Harold-Fry-200x300

4. The Unlikely Pilgrimage of Harold Fry / Rachel Joyce
นี่มัน เดินสู่อิสรภาพ เวอร์ชั่น fiction รึเปล่า :D
ชีวิต ของแฮโรลด์ ชายวัยเกษียณที่เปลี่ยนไปเพราะจดหมายจากควีนนี่อดีตเพื่อนร่วมงานคนหนึ่งที่ บอกว่า เธอเป็นมะเร็งขั้นสุดท้าย แฮโรลด์ไม่รีบตอบจดหมาย แต่เลือกวิธีเดินเท้าจากบ้านเขาเป็นระยะทางกว่า 600 ไมล์เพื่อไปเยี่ยมควีนนี่ มันเป็นการเดินทางที่ต้องต่อสู้กับความดื้อด้านในใจ ทบทวนความสัมพันธ์ที่ค้างคา และสร้างแรงบันดาลใจให้แก่คนผ่านทาง
…ถือเป็นอีกเล่มที่อ่านแล้วชุบชูใจดีแท้ มันทำให้เราเรียนรู้ว่า
ปาฏิหาริย์มีหลายรูปแบบ และมันอาจไม่ได้มาในรูปแบบที่เราวาดหวังไว้เสมอไป  

 

5. คนแคระ / วิภาส ศรีทอง
ผิดคาดที่ตัวเองชอบเล่มนี้มากจนถึงขั้นติด top 5
แรกๆ ก็อึดอัดกับถ้อยคำบรรยายที่ไม่อนุญาตให้เราพักหายใจบ้างเลย
แต่พอปรับจังหวะให้คุ้นชินแล้ว ก็ชอบเล่มนี้ตรงที่ว่า
วิธีเล่ามันช่างสอดรับกับการคุมขัง อำนาจในมือที่ส่ายคลอนไปมาระหว่างตัวละครในเรื่องดีจริง  

 

6. RoomEmma Donoghue
น้อยมากที่จะอ่านหนังสือภาษาอังกฤษแบบตะพึดตะพือไม่ยอมหลับยอมนอน
พล็อตง่ายๆ ที่อาจจะได้แรงบันดาลใจมาจากคดีลักพาตัว บวกกับความเป็นอยู่ของคู่แม่ลูกในห้องขนาด 11×11 เมตรชวนให้เราตื่นเต้นในครึ่งแรก แต่ในครึ่งหลังเหนือชั้นกว่ามาก เหนือความคาดหมายของเราว่าเรื่องจะมาไกลและพูดถึงอิสรภาพ ความคุ้นชินของมนุษย์ได้อย่างละเอียดอ่อนแบบนี้
…แจ็กเป็นอีกตัวละครเด็กที่เราหลงรักตั้งแต่หน้าแรกไม่แพ้ชาร์ลีจาก The perk of being wallflower และ ออสการ์จาก Extremely loud and incredibly close เลย 

 

mayonaise

7. เขตการปกครองมายองเนส / จิราภรณ์ วิหวา
รักมาก พี่เต้เป็นคนเขียนหนังสือที่เราอ่านแล้วอิจฉา อยากเขียนได้แบบนี้บ้าง
เป็นหนังสือที่รวมทุกสิ่งอย่างที่เราชอบไว้ ทั้งภาษาแบบผู้หญิง ลูกไม้ในถ้อยคำ อาหารการกิน ความหวานที่ไม่เลี่ยน และความขมที่ไม่ชวนทุรนทุรายมากนัก  

 

8. ไวท์แฟง / Jack London เขียน, วิษณุฉัตร วิเศษสุวรรณภูมิ แปล
ถ้าถามว่า หนังสือเล่มล่าสุดที่อ่านแล้วร้องไห้คือเล่มไหน คำตอบก็คือเล่มนี้แหละ
กล้ารับประกันเลยว่า เป็นหนังสือที่คนรักสัตว์ทุกคนต้องหลงรักแน่ๆ
มีทั้งสัญชาตญาณสัตว์ป่า กลิ่นคาวเลือด ดิ้นรนเพื่อดำรงอยู่ แล้วคลี่คลายเป็นความจงรัก  

 

9. Snake and Earring / Hitomi Kanehara
เหมือนไปเที่ยวดงยากูซ่าญี่ปุ่น แวะร้านสัก ถูกกรีดลิ้น เพราะเข้าไปเป็นพยานรู้เห็นในเรื่องรักสามเส้า
ความรักอันตรายแบบนี้ ใครฟังเฉยๆ คงขยาด
แต่ด้วยวิธีเล่าแบบวรรณกรรมญี่ปุ่น แง่งามในความเสื่อมทรามก็ชวนให้ประทับใจเรื่องรักผิดประหลาดได้ไม่ยากเลย 

 

bird room

10. The Bird Room / Chris Killen
เทรนด์ยอดนิยมของนักเขียนหน้าใหม่ที่มักว่าด้วยเรื่องตัวตน การหล่นหาย รักฉาบฉวย
คิลเลนเล่าเรื่องได้ฉลาดมากๆ เหมือนอ่านเรื่องเล่าผ่านปากกาของแฟรงค์ อบาเนล ถูกหลอกให้ตายใจว่าไล่ตามทัน
กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็ถึงบทสรุปสุดท้าย และพบว่า… เราโดนตุ๋นมาตั้งแต่หน้าที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้  

 

11. โรงเรียนที่เงียบที่สุดในโลก / ฟ้า พูลวรลักษณ์
เวลาอ่านหนังสือของเราคือบนรถไฟฟ้า ช่วงนั้นเลยหอบหิ้วเล่มนี้ประหนึ่งคัมภีร์สัมภาระ
เป็นหนังสือที่ไม่ควรอ่านติดต่อกัน และตั้งสติจำคาแรกเตอร์ตัวละครให้ดี
ชอบวิธีที่คุณฟ้าพยายามอธิบายความสัมพันธ์โลกและจักรวาลผ่านแนวคิดแบบเต๋า  

 

12. Laughable Love / Milan Kundera
นี่คือหนังสือ ของคุนเดอราเล่มแรกที่ได้อ่าน
(จริงๆ เล่มแรกคือ แช่มช้า ที่กำมะหยี่เอามาแปล แต่อ่านไปแค่ 50-60 หน้าแล้วเบลอสุดใจ เลยขอบายไปก่อน)
ปรากฎว่า.. นี่ถือเป็นการทำความรู้จักคุนเดอราใหม่อีกครั้งที่น่าประทับใจ
ที่ชอบที่สุดคือเรื่อง Nobody Will Laugh กับ The Hitchhiking Game
…เหตุผลนึงที่ชอบเล่มนี้มากน่าจะเพราะมันเป็นรูปแบบความสัมพันธ์ที่ตลกร้ายทั้งนั้น

 

13. คนวัดโลก / Daniel Kehlmann เขียน, เจนจิรา เสรีโยธิน แปล
ถึงช่วงแรกๆ จะอ่านด้วยความเบื่อและทำหน้าเมื่อยตลอด
แต่ก็คิดในใจว่า นอกเหนือจากพฤติกรรมเพี้ยนๆ ของฮุมโบลท์และเกาส์ มันต้องมีอะไรเด็ดๆ รออยู่แน่ๆ
… แล้วการรอคอยก็คุ้มค่า แถมท้ายด้วยคำตามของ อ.ชลิต ดุรงค์พันธุ์ ก็ยิ่งทำให้เรื่องนี้สมบูรณ์ขึ้นไปอีก

 

 

honorable mention
– cool japan / little thought …ความรู้ย่อยง่าย อยากให้เอาเรื่องอื่นมาย่อยให้อ่านอีก
– ถิ่นหลอน / นภัค เสรีรักษ์ … รู้เลยว่าคนเขียนต้องชอบมาร์เกซแน่ๆ แต่น่าหงุดหงิดเล็กๆ ที่เอาความชอบนี้มาใช้มากไปนิด
– จอนิ โอ่โดเชา ในสวนของคนขี้เกียจ / สุวิชานนท์ รัตนภิมล …เรื่องน่าทึ่งของชาวปกาเกอะญอ ผู้เป็นปราชญ์ต้นไม้
– อรุณสวัสดิ์สนธยา / นทธี ศศิวิมล  …เป็นความชอบที่ไล่เลี่ยกับเอื้อ อัญชลี แต่ยังไม่ถึงขั้นขอก้มหัวให้เหมือน เดือนวาด พิมวนา ชอบเล่มนี้มากกว่า เต้นรำไปบนท่อนแขนอ่อนนุ่ม ที่ดูเชยมากในความรู้สึกเรา
– ศรีนวลจัดหนัก … จัดหนักและโดนหนัก แต่ยังรักบุ๊กไวรัสเหมือนเดิมที่แปลเรื่องที่ไม่เคยรู้จักมาให้อ่าน
– สวนโลก / เรวัฒน์ พันธุ์พิพัฒน์ …รายละเอียดในเรื่องสวยมาก ร้อยเรียงความสัมพันธ์ของครอบครัวหนึ่งกับสายสัมพันธ์ของโลก แต่แอบเบื่อความย้วยและการย้ำถี่

Advertisements

2 Responses

Subscribe to comments with RSS.

  1. bumu said, on มกราคม 3, 2014 at 9:30 am

    ชอบเล่มแรกเหมือนกัน แต่ไม่ค่อยเก็ทชื่อเรื่องเท่าไหร่ว่ามัน solitude ยังไง

  2. mangomoment said, on มกราคม 4, 2014 at 2:27 am

    เข้าใจว่า สุดท้ายตระกูลบูเอนดิยาก็สิ้นสุดลงไปอย่างเงียบๆ ทั้งๆ ที่เป็นตระกูลที่สร้างเมือง แต่ท้ายที่สุด ชื่อนี้ก็หายไปจากเมืองนี้น่ะ …ร้อยปีที่ผ่านมาช่างไม่มีความหมาย


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: