:: mango

you left wrinkles on my bed sheet

Posted in my wonderland by mangomoment on เมษายน 10, 2015

wrinkle
photo credit: ismay.ozga

.

.
ปรีดาเพิ่งค้นพบคำว่า internest จากอินเตอร์เน็ต
ความหมายของมันคือ กองขยุกขยุยเหมือนรังอุ่นๆ บนเตียงที่เอาไว้ซุกตัวเวลานอนเล่นอินเตอร์เน็ตทั้งวันทั้งคืน ปรีดาค้นเจอคำนี้ตอนกกไข่ในผ้าห่มนั่นแหละ มันเป็นผ้าห่มกลิ่นตุ่ยๆ ที่ต่อให้ถึงฤดูแดดจัดแบบนี้ เธอก็ตัดใจพาไปผึ่งแดดไม่ได้เสียที พิศวาสอะไรนักหนากับกลิ่นไม่ชวนดมแบบนี้ก็ไม่รู้

ปรีดาใช้ชีวิตอยู่บนเตียงได้นานขึ้น นานขึ้นทุกที
เมื่อก่อนเตียงคือที่นอนอ่านหนังสือ อ่านเช้า-อ่านกลางวัน-อ่านก่อนนอนก็ชอบนอนหงายชูหนังสือบังเงาทุกเวลา คอนโดแคบๆ ไม่มีที่ให้เดินมากนักนี่นา หลังๆ จะดูทีวี ตัดเล็บ ไดร์ผม คุยโทรศัพท์ ก็เกิดขึ้นบนเตียงทั้งนั้น มาถึงจุดเหิมเกริมกำเริบหนักก็ตอนที่เอาขนม ไข่ต้มขึ้นมานอนกระดิกเท้ากินบนเตียง โดยไม่รู้สึกว่ามันเป็นเรื่องผิดบาปหรือต้องห้ามอีกแล้ว

จนคืนนั้นในตอนฉีกซองซีอิ๊วจะราดไข่ต้ม องศากระฉอกพุ่งเลยด้านนูนๆ ของไข่แดงที่เผยอแย้มรอรับรสเค็มไปยังผ้าปูสีครีมเรียบๆ ที่รอยยับกระจายอยู่ทั่ว การกระเซ็นของซีอิ๊วทำให้เตียงที่ค่อนข้างจะรุงรังด้วยกองหนังสือและผ้าขี้เกียจพับดูพังพินาศขึ้นไปอีกระดับ ปรีดาได้ตระหนักแก่ใจแล้วว่า ผีสางกุลสตรีหรืออะไรก็ตามแต่ที่แปะยี่ห้อสุขอนามัยและนิสัยที่ดีได้ลงโทษเธอด้วยการเพิ่มภาระกลางดึกกลางดื่น แทนที่จะได้นอนขลุกรับวันหยุดสมใจ ปรีดาจำต้องทึ้งผ้าปูออก แช่ผ้าในกะละมังใบโต…

ปรีดากำลังจะซักผ้าอีกแล้ว

ไม่ดีเลย ปรีดาไม่ได้อยากซักผ้าตากลมกลางคืนเสียหน่อย

งั้นเราจะแก้ใหม่
เป็น


.

.

เราเพิ่งรู้จักคำว่า internest เมื่อคืนก่อน
ความหมายของมันคือ กองขยุกขยุยเหมือนรังอุ่นๆ บนเตียงที่เอาไว้ซุกตัวเวลานอนเล่นอินเตอร์เน็ตทั้งวันทั้งคืน เราค้นเจอคำนี้ตอนกกไข่ในผ้าห่มนั่นแหละ มันเป็นผ้าห่มกลิ่นตุ่ยๆ ที่ต่อให้ถึงฤดูแดดจัดแบบนี้ เราก็ตัดใจพาไปผึ่งแดดไม่ได้เสียที พิศวาสอะไรนักหนากับกลิ่นไม่ชวนดมแบบนี้ก็ไม่รู้

เราใช้ชีวิตอยู่บนเตียงได้นานขึ้น นานขึ้นทุกที
เมื่อก่อนเตียงคือที่นอนอ่านหนังสือ อ่านเช้า-อ่านกลางวัน-อ่านก่อนนอนก็ชอบนอนหงายชูหนังสือบังเงาทุกเวลา คอนโดแคบๆ ไม่มีที่ให้เดินมากนักนี่นา หลังๆ จะดูทีวี ตัดเล็บ ไดร์ผม คุยโทรศัพท์ ก็เกิดขึ้นบนเตียงทั้งนั้น มาถึงจุดเหิมเกริมกำเริบหนักก็ตอนที่เอาขนม ไข่ต้มขึ้นมานอนกระดิกเท้ากินบนเตียง โดยไม่รู้สึกว่ามันเป็นเรื่องผิดบาปหรือต้องห้ามอีกแล้ว

อานุภาพของเตียงเริ่มดึงไม่ให้เราอยากออกไปไหน วันหยุดทีไรก็คิดแค่ว่า ดีจังนะ จะได้นอนขดตัวบนเตียงแบบไม่สนใจเวลา
ถ้าไม่มีหนังน่าสนใจ หรือถ้าไม่ได้นัดเจอใคร ก็คงจะใส่เรื่องบันทึกประจำวันได้แค่ว่า ‘วันนี้เรื่อยเปื่อยอยู่บนเตียงอีกละ’ เท่านี้ จบ.
นอกจากหลับ นอนอ่านหนังสือ กิจกรรมบนเตียงท็อปฮิตติดอันดับ 3 คือการนอนแผ่คิดโน่นนี่เรื่อยเปื่อยนี่ล่ะ
คิดถึงงานค้างๆ พรุ่งนี้ต้องส่งเมล์หาใคร ต้องตามเรื่องอะไรอีกมั้ย
คิดว่าเราไม่ใช่คนประสานงานที่ดีใช่มั้ย ทำยังไงให้กระตือรือร้นกว่านี้ หรือควรจะเลิกดีมั้ย
คิดว่าทำไมเราถึงเกือบลืมว่ามันเป็นวันครบรอบวันที่เขาไม่อยู่
คิดไปถึงอีกหนึ่งสัปดาห์ข้างหน้าหรือตอนสิ้นเดือน คิดว่าถ้ามีเพื่อนสนิทสักคนนอนข้างๆ เราคงเมาธ์กันสนุกปากแน่ๆ

การนอนแซ่วอยู่บนเตียง คิดโน่นนี่สะระตะ มันเป็นเรื่องที่ดีมั้ย
มนุษย์ควรระบายออกกับใคร หรือถ้าถ้วนถี่ว่ายังไงก็ไร้สาระ ก็ไม่ควรกล้ำกรายออกไปรึเปล่า
ไม่ดีเลย เราไม่ได้อยากเขียนบันทึกแบบนี้ แบบที่อีก 3 เดือนข้างหน้ามาอ่านก็คงคิดว่า เพ้อเจ้ออะไรของเธอ

งั้นเราจะแก้ใหม่
เป็น


Advertisements

forest escape 01: ดงผักชีลาว

Posted in my wonderland by mangomoment on มกราคม 27, 2014

camouflage
ทดสอบพรางตัวกับคุณยีราฟ
ในดงผักชีลาวที่ใช้คลุกเคล้ากับลาบ
ฟึดฟัด ฮัดเช้ย! ป้าบเดียวป่าผักชีเรียบราบ
ขี้มูกหลุดผลัวะ โล่งจมูกจังเลย

กานดาขอบันทึกไว้ในวันที่ตกหลุมรักใครคนหนึ่งอีกแล้ว

Posted in mind, my wonderland by mangomoment on ธันวาคม 16, 2013

มันเป็นปัญหาสามัญที่ใครๆ ก็เคยเจอ เหมือนการคิดเมนูมื้อเย็นว่าจะบรรจงสร้างสรรค์อะไรให้อิ่มท้องพร้อมมีคุณค่าทางสุขภาพ
แต่ในแง่ความม้วนต้วนแล้ว กานดาคิดว่ากรณีของเธอหนนี้ยิ่งใหญ่ไม่แพ้ข้อพิพาทระหว่างประเทศ

แต่ไหนแต่ไรมา เธอเป็นคนประทับใจอะไรง่ายๆ อยู่แล้ว
ชอบเด็กน้อยที่เดินเลียไอติม/ ชอบกระเป๋ารถเมล์ที่ขานบอกชื่อที่หมายทุกป้าย/ ชอบคุณลุงที่ผัดกะเพราอร่อย/ ชอบกระรอกตัวที่ไต่งกๆ เงิ่นๆ ลงมาคว้ากล้วยหั่นแว่น/ หนังเรื่องที่ผู้กำกับ A บอกว่าเป็นเรื่องโปรด กานดาก็พลอยชอบด้วย/ หนังสือที่คุณพี่เจ้าของร้านแนะนำ กานดาก็เห็นดีเห็นงามตามกัน/ พอเพื่อนชวนไปเวิร์กช็อปปักผ้า จู่ๆ กานดาก็บ้าซื้อไหม เห่อสะดึงขั้นยกใหญ่/ เพจอะไรต่างๆ นานาที่น่าสนใจ กานดากด like ดะ ถือเป็นการให้กำลังใจเจ้าของเพจ

ระหว่างชอบง่ายกับเกลียดง่าย ใครๆ ก็ย่อมบอกว่าอย่างแรกดีกว่า
แต่กานดาสงสัยว่า ถ้าเธอชอบอะไรง่ายๆ เป็นประจำ
แล้วจะแน่ใจได้ยังไงกันว่า ครั้งไหนกันที่เป็นความชอบขั้นจริงจัง

bernhardhandick31
photo by Bernhard Handick
.

ถ้านักวิทยาศาสตร์สักรายสนใจคิดค้นมาตรวัดโดปามีน กานดายินดีเป็นอาสาสมัครทดลองช่วยงานเต็มที่
เพราะไม่จำเป็นต้องพึ่งโคเคน เธอก็มีพละกำลังเต็มเปี่ยม
ไม่ง่วงหงอย ไม่หิวโหย จากโดปามีนที่ต่อสายตรงป้อนเข้าเส้นเลือดเวลาตกหลุมรัก
รายละเอียดยิบย่อยอื่นๆ ในชีวิตก็ช่างเหมือนที่ตัวละครต่างๆ ในหนังและหนังสือที่เธอดู-อ่านนิยมเป็นกัน
กานดาอยากขอพึ่งพานักวิทยาศาสตร์สักเล็กน้อยว่า ควรทำเช่นไรจึงจะรักษาภาวะนี้ไว้ได้นานๆ
เพราะเธอเคยอ่านเจอว่า ภาวะตกหลุมรักนี้จะค่อยๆ เหือดหายไปภายใน 6 เดือน

กานดาไม่ได้เชื่อเรื่องความรักหรอก
ไม่เคยหวังให้ใครเรียกเธอว่า ที่รัก แม้ว่าการเรียกชื่อจริงของเธอจะหมายความตามนั้น
เธอแค่ชอบช่วงเวลาของการตกหลุมรัก แช่แข็งความสัมพันธ์ไว้เพียงเท่านั้น
เหมือนตอนที่ยื้อเวลาให้ไอติมละลายช้าที่สุด เราจึงต้องค่อยๆ เลีย
ทั้งๆ ที่รู้ดีว่า อีกประเดี๋ยวไอติมก็จะหมดแท่ง หรือถ้าปล่อยไว้ ไอติมจะกดปุ่มละลายตัวเองอยู่แล้ว
ต่อให้ชอบมากแค่ไหน เราก็ยื้ออะไรไว้ไม่เคยได้เลย

นี่คือวิธีฝึกฝนของเธอ ฝึกให้ต่อมโดปามีนทำงานบ่อยๆ แล้วอะดรีนาลีนกับเซโรโทนินก็จะควงแขนตามมาด้วย
ฝึกให้รู้สึกชอบง่ายๆ
ให้รู้ตัวว่ายังรู้สึกรู้สา
ถึงมันจะเป็นความรู้สึกชอบที่แยกแยะระดับยาก เหมือนเวลาเราดูหนังทริลเลอร์แล้วต้องเพิ่มระดับความโหดของหนังขึ้นไปเรื่อยๆ
เพราะเริ่มชาชินกับภาพปาดคอ เลือดท่วม หัวขาด ไส้กระจายแล้ว
แต่ถ้าในเมื่อความรู้สึกชอบเท่ากับ [+]
มันก็น่าจะเป็นการฝึกของลัทธิโลกสวยนิยมที่ทำแล้วมีความสุขมากกว่าอาการจิตตกของพวกชมชอบโลกเสียนี่นะ

เซียนเป่ายิ้งฉุบ

Posted in my wonderland by mangomoment on กันยายน 30, 2013

น้องชูใจเป็นเซียนเป่ายิ้งฉุบ
ตอนเล่นเกมเป่ายิ้งฉุบพระราชา น้องชูใจครองที่นั่งนานกว่าใคร
แถมส่วนที่ยอมสละที่นั่งไป เพราะกลัวเพื่อนๆ เบื่อจนไม่ยอมเล่นกับเธอ น้องชูใจเลยแกล้งแพ้บ้างพอให้เกมสนุก
เวลาจับกลุ่มทำงาน เพื่อนๆ จึงมักสนับสนุนให้น้องชูใจเป็นฝ่ายกุมชะตาทีม
โดยเฉพาะเมื่อต้องตัดสินกับฝ่ายตรงข้ามว่าใครจะได้หัวข้อที่สนุกกว่าไปทำ หรือเมื่อต้องแบ่งฝ่ายเลือกทำเลที่เอื้อต่อการแข่งขันมากกว่า

น้องชูใจเชื่อว่าการเป่ายิ้งฉุบเป็นยุทธวิธีที่ยุติธรรมกว่าการโยนเหรียญ
เพราะโยนเหรียญขึ้นอยู่กับฝีมือ ส่วนเป่ายิ้บฉุบคือเกมเดาใจที่ขึ้นอยู่กับโชคชะตา
แต่ก็ใช่ว่าเป่ายิ้มฉุบจะอิงกับดวงทั้ง 100%
เพราะมันคือกลยุทธ์ที่มีผลลัพธ์ออกมาได้เพียง 9 อย่างคือ เสมอ 3 แพ้ 3 และชนะ 3
หากเสมอก็ย่อมต้องประลองกันใหม่
ความท้าทายจึงตัดทอนลงไปเหลือเพียง 1 ใน 6
หมัดเด็ดของน้องชูใจจึงอยู่ที่การลอบสังเกตอากัปกิริยาของฝ่ายตรงข้าม
70% ของมือที่ออก ถ้าไม่กำก็แบ
เพราะเป็นลักษณะของมือที่เคลื่อนไหวง่ายกว่าการงอ 3 นิ้วชู 2 นิ้วเป็นกรรไกร
ที่เหลือก็เพียงเดาอุปนิสัยของฝ่ายตรงข้ามว่าเป็นแบบไหน
คุณพ่อของน้องชูใจที่เป็นเซียนด้านนี้บอกว่า
ค้อนคือมูฮัมหมัด อาลี กระดาษคือ มหาตมะ คานธี กรรไกรคือ ลีโอนาร์โด วินชี*
ถ้าฝ่ายตรงข้ามดูโผงผางดุดัน เขาน่าจะออกค้อน
น้องชูใจจึงเดาใจเอาชนะได้ด้วยความพลิ้วไหวเปราะบางอย่างกระดาษ

แต่สำหรับน้องชูใจ ณ ตอนนี้ เกมเป่ายิ้งฉุบไม่ช่วยอะไร
เพราะขณะยืนเก้ออยู่หน้ารถเข็นขายของทอด น้องชูใจตกลงปลงใจไม่ได้จริงๆ ว่า
10 บาทในมือน้อยๆ นั้นยอมจำนนต่อลูกชิ้นปลาพองๆ หรือเกี๊ยวไข่นกกระทากรอบๆ ดี
ที่แน่ๆ คือ เกมนี้น้องชูใจเป็นฝ่ายยอมแพ้ เพราะมือกลมๆ ที่กำเหรียญจำต้องยื่นให้มือของคุณแม่ค้าที่แบรออยู่ด้วยหน้าตามุ่ยทุ่ยเสียที

 

 

*”ค้อน คือมูฮัมหมัด อาลี กระดาษคือ มหาตมะ คานธี กรรไกรคือ ลีโอนาร์โด วินชี”
อ้างอิงมาจากหนังสือ The Official rock paper scissor strategy guide ของ Douglas & Graham Walker

ยาเม็ดสีฟ้า

Posted in my wonderland by mangomoment on กันยายน 12, 2013

หลายวันก่อน เพื่อนร่วมงานของดาหลาเเอ่ยถึงยานอนหลับที่กินแล้วฝันจนเหนื่อย
ดาหลารีบตะครุบชื่อยาไว้ในหน่วยทรงจำ หมายมั่นว่าเย็นนี้จะเอ่ยถามจากสาวเภสัชร้านละแวกบ้าน
ดาหลาไม่ได้ฝันนานมากแล้ว
แม้ว่าเธอเองก็เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ซึ่งตามสถิติกล่าวไว้ว่าเป็นสัตว์ที่ฝันได้บ่อยที่สุดกว่าสัตว์ประเภทอื่น
ซีรีบรัมของดาหลาอาจทำงานหนักไป ไม่ก็จิตไร้สำนึกอยู่ลึกเกินหยั่ง
ห้วงหลับไหลของเธอจึงไม่ข้องแวะความพิสดารเกินคาดเดามานานปี

ดาหลาไม่ได้ต้องการเรื่องตื่นเต้นจนเหงื่อไหลเมื่อสะดุ้งตื่น
ถ้าแค่หวังให้ใจสั่น เพียงเธอไปซื้อตั๋วนั่งรถไฟเหาะก็แก้ขัดได้ชะงัด
ไม่ได้หวังตามหาใครจากในฝัน เธอไม่ใช้คนเพ้อเจ้อโรแมนติกนิยมปานนั้น
เธอเพียงแค่อ่านหนังสือ 2 เล่มจบลงในเวลาไล่เลี่ยกัน ความรู้สึกยากบรรยายแต่ใกล้เคียงคำว่า ‘น่าทึ่ง’ ‘แปลกใหม่’ ‘น่าจับตา’ เกิดขึ้นเมื่อถึงบรรทัดสุดท้าย ความอิจฉาหมั่นไส้ล้นปรี่ ในแง่หนึ่งมันทำให้ดาหลาลนลานจนอยากลงมือเขียนเรื่องราวชวนอัศจรรย์เช่นนั้นบ้าง แต่ไม่ว่าจะเริ่มต้นด้วยลักษณะใดๆ ทุกอย่างล้วนเป็นการผลิตซ้ำ งั้นๆ และเดาออก

ความหวังแห่งการหลับฝันอย่างน้อย 3 เดือนเพื่อตามหาถ้อยคำที่สูญหาย
จึงถูกอัดแน่นอยู่ในกลุ่มยาเม็ดสีฟ้าที่ดาหลาหยิบจ่อริมฝีปาก
ฝันชั้นสุดท้ายก่อนตื่น ดาหลาหวังทำสนธิสัญญากับปิศาจ ชื่อเสียงแลกความสูญเสียที่คุ้มค่า

เพื่อขจัดความริษยาให้หมดจด